หน้าแรก » ทัวร์โมร็อคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย เปิดประสบการณ์เส้นทางแปลกใหม่ | 10 วัน 7 คืน

ทัวร์โมร็อคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย เปิดประสบการณ์เส้นทางแปลกใหม่ | 10 วัน 7 คืน

ทัวร์โมร็อคโค
รหัสทัวร์ : EU73EK10DPV
เดินทาง : สิงหาคม 2561 - ธันวาคม 2561
ระยะเวลา : 8 วัน 5 คืน
สายการบิน : สายการบินอิมิเรตส์ (EK)
น้ำหนักกระเป๋า : 30 ก.ก.
ขึ้นเครื่อง : สนามบินสุวรรณภูมิ
ราคาเริ่มต้น : 61,888 บาท
**ราคายังไม่รวมค่าค่าทิปไกด์**
ID : @starbridge
โปรแกรมฉบับเต็ม
สรุปแผนการเดินทางท่องเที่ยว
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
วันไฮไลท์มื้ออาหาร

โรงแรมที่พัก

*หรือเทียบเท่า
BLD
1สนามบินสุวรรณภูมิ
2ดูไบ – คาซาบลังก้า – ราบัต
THE RIVE @RABAT DAY1
3ราบัต – เชฟชาอูน – เฟส (ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง 30นาที)
VOLUBULIS HOTEL@FES
4เฟส
L’ESCALE HOTEL@FES
5เฟซ – อินเฟรน IFRAN –มิเดล MIDLET – เออร์ฟูด์ ERFOUD ริสซานี่ RISSAN – เมอร์ซูก้า MERZOUGA
LES PORTES DEDESERT HOTEL@MERZOUGA
6เมอร์ซูก้า MERZOUGA – ทอด้าจอร์จ (TODRA GORGE) – OUARZAZATE (ใช้เวลาขับรถประมาณ 5 ชั่วโมง)
LE ZAT HOTEL@ OUARZAZATE
7OUARZAZATE – AIT BENHADDOU เมืองไอท์ เบนฮาดดู –ATLAS MOUNT -MARRAKECH
MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH
8MARRAKECH
MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH
9MARRAKECH – CASABLANCA – AIRPORT
10  ดูไบ AIRPORT – กรุงเทพ ฯ

ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

22.00คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9
เคาน์เตอร์ T สายการบินอิมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

ดูไบ – คาซาบลังก้า – ราบัต

01.35ออกเดินทางโดยสายการบินอิมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 10 นาที

04.45เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

07.25. ออกเดินทางสู่ สนามบิน CMN มุฮัมมัด ฟิฟท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (คาซาบลังกา) ประเทศโมร็อกโก โดยสายการบินอิมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 751
(
ใช้เวลาในการเดินทาง 8 ชั่วโมง 20 นาที )

12.45เดินทาง ถึงสนามบิน CMN มุฮัมมัด ฟิฟท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (คาซาบลังกา) (เวลาท้องถิ่นที่นี่ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง)

นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระ เดินทางเข้าเมืองคาซาบลังก้า เมืองท่าหลักและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโมร๊อกโก คาซาบลังก้า มีความหมายในภาษาสเปนว่า “บ้านสีขาว” ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ

นำทุกท่านแวะชม ถ่ายรูปด้านนอก สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) สถาปัตยกรรมทางศาสนา เป็นความยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิใจของชาวโมร๊อกโก ใหญ่เป็นอันดับที่ 13ของมัสยิดระดับโลก มัสยิดแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส มิเชล แปงโซ แต่เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโค ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมผสานเข้าไปด้วย ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนี้สามารถจุผู้คนได้ถึง 25,000 คนและมีหอคอยสูงถึง 120 เมตร จุดประสงค์ในการสร้างมัสยิดแห่งนี้คือ ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโกนอกจากนี้ยังถือเป็นสถานที่สำคัญในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เมื่อประมุขประเทศใดเยี่ยมเยือน ก็มักจะมาเยี่ยมชม

บ่าย จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง RABAT (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาในอดีต ตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ

ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ด ที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x139 เมตร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก โรงแรม THE RIVE @RABAT DAY1 ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

ราบัต – เชฟชาอูน – เฟส (ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง 30นาที)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านออกเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50นาที  ประมาณ 253 กม.) เป็นเมืองโบราณยาวนานกว่า 538ปีที่ห้ามพลาด เป็นเมืองที่เหมือนเป็นฉากจากหนังภาพยนตร์หรือภาพในนิทาน สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองที่มีผู้คนใช้ชีวิตกันอยู่จริงในประเทศโมร๊อกโก เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองนี้คือความแปลกตาของอาคารบ้านเรือนที่มีสีสันสดใสทาสีเป็นสีฟ้าและขาวทั้งเมือง ซึ่งตัดกับสีเขียวของป่าไม้เนื่องจากตัวเมืองอยู่ในหุบเขาริฟ (RIF MOUNTAIN) เกิดเป็นภาพที่ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหลในความงดงามและเสน่ห์ของเมืองนี้ ความเป็นมิตรของผู้คนก็ทำให้เมืองเชฟชาอูนมีเสน่ห์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทุกท่านสามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมร๊อกโก ซุ้มประตูโค้งสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมร๊อกโกให้เห็นได้ตามมุมต่าง ๆ ของเมือง  

อิสระให้ทุกท่านได้เดินชมถ่ายรูปหมู่บ้านสีฟ้า เพราะไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็สวยไม่แพ้กัน สำรวจตรอกซอกซอยต่างๆที่เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก, เครื่องประดับ, พรม และเลือกชิมขนมพื้นเมือง ถั่ว ชีส กลับไปเป็นของฝากได้อย่างเพลิดเพลิน

เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อ สู่เมืองเฟซ (FES) เมืองหลวงเก่าอีกแห่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานใน ศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ (Rif Mountain) ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) มีแม่น้ำเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมืองเมืองเฟส เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลามได้รับการขนานามว่า “มักกะฮ์แห่งตะวันตก”และ “เอเธนส์แห่งแอฟริกา”

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก โรงแรม VOLUBULIS HOTEL@FES DAY2 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เฟส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมเมืองเฟซ เมืองแห่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ซึ่งในปี ค.ศ.1981 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เขตเมืองเก่าของเฟสเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์   ตอนนี้ทางรัฐบาลโมร๊อกโกมีการดูและเมืองเฟสโดยเฉพาะเขตเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและอารยธรรมในยุคเก่าของโมร๊อกโก  นำท่านชมจุดชมวิวเมื่อมองลงมาจะเห็นเขตเมืองเก่าทั้งเมือง ต่อด้วยชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส พระราชวังที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและสง่างามอย่างมาก เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร๊อกโก จากนั้นนำทุกท่านเข้าสู่เมืองเก่า ซึ่งเสมือนท่านย้อนยุคไปสู่บรรยากาศ1200ปีที่แล้ว เพราะเมืองนี้ยังมีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในลักษณะดั้งเดิมหลายศตวรรษ ชมเมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MEDERSA BOU IMANLA) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine)

ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่า ท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น

แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมร๊อกโกถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์

พาท่านไปชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อกโก และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว  (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามเท่านั้น)

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร  

จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก โรงฟอกหนังของเมืองเฟสจะประกอบไปด้วยอ่างหินจำนวนมากวางเรียงกันเป็นแถว  แต่ละบ่อจะเต็มไปด้วยสีย้อมและของเหลวเติมเต็มทั่วทุกบ่อ ราวกับเป็นจานสีที่มีขนาดใหญ่ โดยหนังเหล่านี้ได้มาจากทั้ง วัว แกะ แพะ และอูฐ นำเข้าสู่กระบวนการกลายเป็นเครื่องหนังคุณภาพชั้นสูง เช่นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า โดยไม่มีการใช้เครื่องจักร นับเป็นภูมิปัญญาที่มีตั้งแต่ยุคกลาง อิสระช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นมากมาย เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก โรงแรม L’ESCALE HOTEL@FES  DAY3 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

เฟซ – อินเฟรน IFRAN – มิเดล MIDLET – เออร์ฟูด์ ERFOUD ริสซานี่ RISSAN – เมอร์ซูก้า MERZOUGA

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อ สู่เมืองแมคเนส (MEKNEKNES) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ  45นาที) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ (Alawite Dynasty) ได้ชื่อเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองเมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการ ผลิตมะกอกไวน์และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

นำท่าน ชมประตูบับมันซู (BAB MANSOUR MONUMENTAL) มีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตูได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสดนับแสนชิ้น ทำให้ประตูแห่งนี้มีเอกลักษณ์และสวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

นำทุกท่านเดินทาง สู่เมืองอิเฟรน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ) เมืองที่ชาวฝรั่งเศสที่เคยปกครอง และนิยมมาสร้างที่พักตากอากาศบริเวณนี้ ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล บ้านเรือนที่นี้ส่วนใหญ่เป็นหลังคาอิฐสีแดง มีดอกไม้บานสะพรั่งและทะเลสาบที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส เทือกเขาแอตลาส (Atlas Mountains) เป็นแนวเทือกเขาที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและทางเหนือของทวีปแอฟริกา พาดผ่านตั้งแต่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโมร็อกโกที่บริเวณอ่าวอากาเดีย (Agadir) ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ขึ้นไปจนจดชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตูนิเซีย มีความยาวของเทือกเขาโดยรวมประมาณ 2,500 กิโลเมตร ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขาเหมาะเป็นเมืองพักผ่อนจนได้รับฉายา “(เจนีวาแห่งโมร็อคโค)

นำท่านเดินทาง สู่เมืองมิเดล (MIDLET)  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงที่ 1,508 เมตร (4,948 ฟุต) คือเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาแอตลาส เมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้า การทำเหมืองแร่  ทอผ้า ทอพรม และเย็บปักถักร้อย ของโมร็อกโก 

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นําท่านเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งทะเลทราย ผ่านชม หุบเขาดาเดส DADES GORGE แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ โดยจุดหมายอยู่ที เมืองเออร์ฟูด์ ERFOUD ซึ่งเป็นโอเอซิส OASIS ศูนย์กลางทางการค้าขายของกองคาราวานซึ่ง เดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย SAUDI ARABIA และซูดาน SUDAN และเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์ ไปชมทะเลทรายซาฮาร่า “SAHARA” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยกินเนื้อที่กว่า 9 ล้านตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1ใน 3 ของทวีปแอฟริกา ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า ผ่านชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของภูเขาหินที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลของหอยและแมงกะพรุนโบราณในอดีตเมื่อ 350 ล้านปีก่อน ซึ่งดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน จึ่งเป็นที่กำเนิดของซากฟอสซิลต่างๆ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

**ถ้าโรงแรมเต็ม จะนำท่านพักในแคมป์แทน** อิสระให้ท่านพักผ่อนดูดาวท่ามกลางทะเลทรายตามอัธยาศัย

ที่พัก LES PORTES DEDESERT HOTEL@MERZOUGA  

เมอร์ซูก้า MERZOUGA – ทอด้าจอร์จ (TODRA GORGE) – OUARZAZATE (ใช้เวลาขับรถประมาณ 5 ชั่วโมง)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

***พิเศษ  ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า  ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับภาพพระอาทิตย์ดวงโตๆค่อยๆโผล่ขึ้นจากสันทรายยามเช้า สาดส่องแสงสีทองปลุกทุกชีวิตให้ตื่นจากนิทรา เป็นภาพแห่งความประทับใจที่ทุกท่านจะจดจำไม่รู้ลืมเลือน
(อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม)

ออกจากทะเลทรายผ่าน เดินทางผ่าน โอเอซิสTINGHIR ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์

นําท่านเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ TODRA GORGES ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยูในโอเอซิส ลําธารที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาที่สูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย ผ่านหุบเขาดาเดส DADES VALLEY AND GORGE แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกรัดกร่อน จากแรงลมทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม

ผ่านชมหุบเขากุหลาบ ซึ่งเทศกาลดอกกุหลาบจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม  ด้วยร่มเงาต้นปาล์มที่โอเอซิสนี้ ทำให้เป็นสวรรค์น้อยๆของนักเดินทางชาวทะเลทรายมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นําท่านเดินทางต่อตามถนนคาชบาห์ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าว
สู่เมืองวอซาเซท OUARZAZATE ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี้ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร ปัจจุบันเมืองวอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยว และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทํากิจกรรมต่าง ๆ ที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง CLEO PATTRA, THE MUMMY, KINGDOM OF HEAVEN และอีกหลายเรื่องนักที่มักจะใช้เมืองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับถ่ายทำในภาพยนตร์ ทั้งนี้เพราะลักษณะภูมิประเทศที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบชนเผ่าเบอร์เบอร์ ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของชาวโมร๊อกโก  วอซาเซทอาจกล่าวได้วาเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สําคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก

ที่พัก LE ZAT HOTEL@ OUARZAZATE DAY5 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

OUARZAZATE – AIT BENHADDOU เมืองไอท์ เบนฮาดดู – ATLAS MOUNT -MARRAKECH

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู (AIT BENHADDOU) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่มีอาคารต่างๆ สร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (KASBASH OF AIT BEB HADOU) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (MARAKESH) เมืองแห่งทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเป็นทะเลทรายที่ร้อนที่สุดของโลกอีกด้วย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า PINK CITY หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A CITY OF DRAMA นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก  MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH  DAY6 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

MARRAKECH

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เขตเขตเมืองเก่า หรือที่เรียกว่า เมดิน่า ซึ่งมีกำแพงเมืองล้อมรอบ นำชมสุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (SAADLAN TOMBS) ที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามในแบบฉบับของศิลปะแบบมัวริส(MOORISH) แท้ๆ ความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่า ทำตามแบบ Allah’s Paradise 

จากนั้นนำชมพระราชวังบาเฮีย BAHIA PALACE พระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ภายในตกแต่งด้วยปูนปั้นแกะสลักและการวาดลวดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกที่มีลวดลายละเอียดอ่อนช้อยสวยงาม

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นำทุกท่านชม จัตุรัสกลางเมือง (DJEMAA FNAA SQUARE) ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาดทั้ง 4 ด้าน

ชม มัสยิด คูตูเบีย (KOUTOUBIA MOSQUE) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในมาราเกซ เราก็จะมองเห็นสุเหร่าแห่งนี้ อิสระให้ทางเก็บภาพเมืองมาราเกซ เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวติดอันดับโลก

นำท่านชม MAJORELLE GARDEN หรือ JARDIN MAJORELLE & MUSEUM OF ISLAMIC ART ว่ากันว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ย่านเมืองมาราเกช สวนแห่งนี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาจากทั่วโลก โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรนับพันต้น หลากหลายสายพันธุ์ มีสวนบัว และป่าไม่ดูร่มรื่น กับบรรดากระถางดินที่ศิลปินเจ้าของเดิม Jacques Majorelle ที่สรรหาสีมาป้ายทาทับ ตกแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ สวนแห่งนี้เดิมเป็นบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาสร้างบ้าน และสวนเอาไว้อยู่เอง พร้อมสร้างงานศิลปะของเขาต่อมาสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาศิลปะของโมรอคโคไว้ และมีมุมแสดงงานศิลปะของเจ้าของเดิมเอาไว้ด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH  DAY7 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

MARRAKECH – CASABLANCA – AIRPORT

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

11.00. นำท่านเดินทาง สู่สนามบิน CMN มุฮัมมัด ฟิฟท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (คาซาบลังกา) ประเทศโมร็อคโค เพื่อทำการเช็คอินสัมภาระ และให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในสนามบิน

14.45ออกเดินทางโดยสายการบินอิมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 752  

ดูไบ AIRPORT – กรุงเทพ ฯ

01.15เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง (ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง 30 นาที )

03.40. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 376 (ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง 35 นาที)                

13.15เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ    โดยสวัสดิภาพ

11.05 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ตารางราคาและกำหนดการเดินทาง
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
12 – 21 OCT / 19 – 28 OCT 18 / 16 – 25 NOV 18
ราคาผู้ใหญ่พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน62,888.-
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ12,000.-
เด็กอายุมากกว่า 12 ปี มีเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)62,888.-
เด็กอายุ 2- 12 ปี ไม่มีเตียง  (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)62,888.-
UP ตั๋วเครื่องบิน BUNINESS CLASS ต้องส่งหน้าพาสเช็คราคา ณ วันนั้นๆ 
21 – 30 DEC / 27 DEC – 05 JAN19
ราคาผู้ใหญ่พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน72,888.-
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ12,000.-
เด็กอายุมากกว่า 12 ปี มีเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)72,888.-
เด็กอายุ 2- 12 ปี ไม่มีเตียง  (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)72,888.-
UP ตั๋วเครื่องบิน BUNINESS CLASS ต้องส่งหน้าพาสเช็คราคา ณ วันนั้นๆ 
** อัตรานี้ ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น 70USD หรือประมาณ 2,275 บาท **
* ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม *
เงื่อนไขโปรแกรมทัวร์
  1. สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง (TRP) มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่านเปิดห้องพัก เป็น 2 (1 Twin + 1 Sgl) ห้อง จะสะดวกกับท่านมากกว่า
  2. กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  3. กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ให้ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 30 ก.ก.ต่อใบ / กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 ก.ก.1ใบ
  4. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (ECONOMY CLASS) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
  5. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
  6. ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกันรวมทั้งสิ้น 7 คืน
  7. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการน้ำดิ่ม วันละ 1 ขวด /แจกบนรถ
  8. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้า-ออก ประเทศโมรอคโค แบบ Single entry
  9. ค่าบริการนำทัวร์โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์
  10. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า”อาหารเป็นพิษเท่านั้น”)
  11. หมายเหตุ: ค่าประกันอุบิติเหตุสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน และ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 75 ปีทางบริษัทประกันฯจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงครึ่งหนึ่งของสัญญาฯ)
  1. ค่าจัดทำหนังสือเดินทางภาษีต่าง ๆ เช่น ภาษี 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ฯลฯ
  2. คาใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ  เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ และที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  3. ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ นอกเหนือจากรายการที่ระบุไว้ และน้ำดิ่มนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ ท่านละ 1 ขวด/วัน
  4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  5. ค่าทิปต่าง
  6. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8วัน เท่ากับ 24USD)
  7. พนักงานขับรถในประเทศท่านละ 2 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8วัน เท่ากับ 16USD)
  8. ค่าทิปค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 10วัน เท่ากับ 30USD)
  9. รวม 70 USD  หรือประมาณ 2,275 บาท
  1. นักท่องเที่ยว กรุณาทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 22,000 บาท ภายใน 3 วัน นับจากวันที่จอง ตัวอย่างเช่น ท่านทำจองวันที่ 1 กรุณาระเงินมัดจำ ส่วนนี้ภายในวันที่ 3 ก่อนเวลา 14.00 น. เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกอัตโนมัติทันที หากยังไม่ได้รับยอดเงินมัดจำตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องเช็คที่ว่างและทำจองเข้ามาใหม่อีกครั้ง กรณีที่คณะเต็ม มีคิวรอ (Waiting List) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้สิทธิ์ลูกค้ารายถัดไป เป็นไปตามระบบ ตามวัน และ เวลา ที่ทำรายการจองเข้ามาตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดทางบริษัทมีที่นั่งราคาพิเศษจำนวนจำกัด
  2. นักท่องเที่ยว กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ครบ 100% ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวไม่ชำระเงิน หรือ ชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมไปถึง กรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม รวมทั้ง กรณีที่อยู่ในช่วงรอผลการอนุมัติวีซ่า รอนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ทำให้ทางบริษัทไม่ได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม คือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆทันที
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือ จดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00 น.–18.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 9.00 น.–14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นขอวีซ่า ใช้เวลายื่นประมาณ 7-10 วันทำการ

การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณา ของสถานทูตง่ายขึ้น/ กรณีท่านใดต้องใช้พาสปอร์ตเดินทาง ช่วงระหว่างยื่นวีซ่า หรือ ก่อนเดินทางกับทางบริษัท ท่านต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน ซึ่งบางสถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าที่ค่อนข้างนานและอาจไม่สามารถดึงเล่มออกมาระหว่างการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้

  1. PASSPORT เล่มจริง ที่มีอายุเหลือเกิน 6 เดือน ใช้เวลายื่นเล่มเข้าไปในสถานทูต 7 – 10 วัน
  2. รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูปพื้นหลังขาว ห้ามสวมเสื้อสีขาวและสีอ่อนในการถ่ายรูปและเห็นหน้าชัด
  3. สำเนาบัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน
  4. หลักฐานการทำงาน
    กรณีที่ท่านเป็นเจ้าของกิจการ ขอหนังสือรับรองการจดทะเบียน(DBD)ที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน อายุไม่เกิน 3 เดือน หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า (พค.0403)
    กรณีที่กิจการของท่านไม่ได้จดทะเบียนการค้า เช่น ขายของออนไลน์ หรือเป็นครูสอนพิเศษ ต้องทำจดหมายชี้แจงการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ, พร้อมเอกสารประกอบ เช่น รูปถ่ายร้าน เว็ปสินค้า
    กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ขอหนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัทฯ ให้ระบุตำแหน่งลงไป และเงินเดือนที่ได้รับในตำแหน่งงานนั้นๆ และชี้แจ้งว่าท่านทำงานที่บริษัทนี้มาแล้วกี่ปี , วันที่เริ่มทำงาน
  5. (ขอเป็นภาษาอังกฤษ  ระบุชื่อนามสกุล  ลงไปในหนังสือรับรองการทำงาน ต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต
    ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN ” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
    Øกรณีที่เป็นนักเรียน หรือนักศึกษา ขอหนังสือรับรองการเรียนที่ออกจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่
  6. (ขอเป็นภาษาอังกฤษ  ระบุชื่อนามสกุล  ลงไปในหนังสือรับรองการเรียน ชื่อต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต)
    ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
  7. 5.หนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคาร (ไม่รับสเตทเมนต์หรือสำเนาสมุดเงินฝาก)  
    ขอ 1 ฉบับ ต้องออกโดยธนาคารเท่านั้น หนังสือนี้จะระบุชื่อเจ้าของบัญชี รายละเอียดบัญชี และยอดเงินคงเหลือในบัญชี แปลงค่าเป็น USD โดยให้ธนาคารระบุชื่อผู้เดินทาง และชี้แจงว่าใช้ในการยื่นวีซ่า เข้าโมร็อคโค ในพรีเรียส ………วันที่เดินทาง เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่
    ในกรณีที่มีบุตรหลานของท่านเดินทางด้วย ให้ทำให้บุตรหลานของท่านด้วย คนละฉบับ โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชี รายละเอียดบัญชี ยอดเงินคงเหลือในบัญชี แปลงค่าเป็น USD และให้ธนาคารระบุว่าคุณเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเดินทางให้  MISS……………………………………. / MASTER ………………………..ในการเดินทางไปทริปโมร็อคโค
    ****
    การถ่ายสำเนาทุกฉบับจะต้องสามารถอ่านออกชัดเจน เนื่องจากเอกสารทุกฉบับ ทางสถานทูตโมร็อคโคจะต้องนำส่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศโมร็อคโค และห้ามขีดค่า/ขีดคร่อม หรือเซ้นรับรองเอกสารทุกฉบับ***

กรอกรายละเอียดข้อมูลของผู้จอง

ทัวร์โมร็อคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย เปิดประสบการณ์เส้นทางแปลกใหม่ | 10 วัน 7 คืน

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ เพื่อคอนเฟิร์มที่นั่งอีกครั้งนะครับ

ทัวร์โมร็อคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย เปิดประสบการณ์เส้นทางแปลกใหม่ | 10 วัน 7 คืน

Facebook
Google+
Twitter
LinkedIn
Pinterest