02-570-9898
Hotline : 085-123-9451-53
ทัวร์อเมริกาตะวันออก Graceful Eest America
มหานครนิวยอร์ก วอชิงตัน ดีซี แฮริสเบิร์ก คอร์นนิ่ง บัฟฟาโล่
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์อเมริกาตะวันออก
รหัสทัวร์ : US1EY9DZG (IAD01)
เดินทาง : กันยายน 2561 - ตุลาคม 2561
ระยะเวลา : 9 วัน 5 คืน
สายการบิน : Etihad Airways (EY)
น้ำหนักกระเป๋า : 2 ใบ ใบละ 23 ก.ก.
ขึ้นเครื่อง : สนามบินสุวรรณภูมิ
ราคาเริ่มต้น : 69,888 บาท
**ราคายังไม่รวมค่าวีซ่า และค่าทิปไกด์**
ID : @starbridge
โปรแกรมฉบับเต็ม
แผนการเดินทางท่องเที่ยว
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
วันไฮไลท์มื้ออาหาร

โรงแรมที่พัก

*หรือเทียบเท่า
BLD
1ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
2ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส เมืองวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา – วอชิงตัน ดี ซี
Holiday Inn Chantilly-Dulles Expo , Washington D.C.
3เมืองวอชิงตัน ดี ซี – ทำเนียบขาว – อนุสรณ์สถานลินคอล์น – อนุสาวรีย์วอชิงตัน – อนุสรณ์สถานเจฟเฟอร์สัน – สถาบันสมิธโซเนียน และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ –  พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาติ
Holiday Inn Chantilly-Dulles Expo , Washington D.C.
4เมืองวอชิงตัน ดี ซี – เมืองแฮริสเบิร์ก – โรงงานผลิตช็อกโกแลต เฮอร์ชี่ย์ – เมืองคอร์นนิ่ง – โรงงานผลิตเครื่องแก้ว คอร์นนิ่ง
Ramada Painted Post , Corning
5เมืองคอร์นนิ่ง – เมืองบัฟฟาโล่ – แฟชั่น เอาท์เล็ท ไนแองการ่า – อุทยานแห่งชาติน้ำตกไนแองการ่า – ล่องเรือ เมด ออฟ เดอะ มิส
Days Inn At The Falls , Buffalo
6เมืองบัฟฟาโล่ – วู๊ดเบอรี่ คอมมอน พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท – เมืองนิว ยอร์ก
Wyndham Garden Newark Airport , New York
7เมืองนิว ยอร์ก – ล่องเรือเฟอรี่สู่เกาะลิเบอร์ตี้ – อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ – สะพานบรูคลิน – กราวด์ ซีโร่ – เซ็นทรัล ปาร์ค – เรดิโอ ซิตี้ มิวสิค ฮอล – ย่านบรอดเวย์ – อาคารสหประชาชาติ – หอสมุดประชาชน – โบสถ์เซนต์แพททริค – ย่านไชน่า ทาวน์ – ย่านไทม์ สแควร์ – ขึ้นชมวิวบนตึกสูงระฟ้า เอ็มไพร์ สเตท – ถนนสายที่ห้า – ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคเนดี้ เมืองนิว ยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
8ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
9ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

23.00 น. ขอเชิญทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Etihad Airways โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส เมืองวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา – วอชิงตัน ดี ซี

 

02.10 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY407

** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

05.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ** เพื่อเปลี่ยนเครื่อง **  

** เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่อง นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เมื่อท่านเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส เมืองวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถรับกระเป๋าและออกเดินทางได้ทันที **

10.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส เมืองวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY131

** ใช้เวลาบินประมาณ 14 ชั่วโมง 10 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

16.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส เมืองวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา

นำท่านรับกระเป๋าสัมภาระ ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 12 ชั่วโมง **

เมืองวอชิงตัน ดี ซี (Washington D.C.) ตั้งอยู่ระหว่างมลรัฐเวอร์จิเนียกับรัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่ได้รับการวางแผนผังเมืองมาเป็นอย่างดี มีความสวยงามและเป็นระเบียบ ทั้งยังเป็นที่ตั้ง ที่ทำการของหน่วยงานรัฐบาลที่สำคัญต่างๆมากมาย เมืองวอชิงตัน ดี.ซี. มีอาณาเขตเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 16 กิโลเมตร โดยใจกลางของสี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์วอชิงตัน ที่อยู่ระหว่างทำเนียบขาวและอาคารรัฐสภา

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Holiday Inn Chantilly-Dulles Expo , Washington D.C. หรือเทียบเท่า

เมืองวอชิงตัน ดี ซี – ทำเนียบขาว – อนุสรณ์สถานลินคอล์น – อนุสาวรีย์วอชิงตัน – อนุสรณ์สถานเจฟเฟอร์สัน – สถาบันสมิธโซเนียน และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ –  พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาติ

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ทำเนียบขาว (White House) ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวไอริช เจมส์ โฮบัน ก่อสร้างระหว่างปี ค.ศ. 1792 ถึง ค.ศ. 1800 ด้วยหินทรายอะเกียครีกสีขาวในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก พื้นที่ใช้สอยรวม 5,100 ตร.ม. มีห้องทั้งหมด 132 ห้อง และสระว่ายน้ำ 1 สระ ซึ่งต่อมาพื้นที่ได้ถูกขยาย ต่อเติม และซ่อมบำรุง (เกิดจากการถูกเผาโดยกองทัพสหราชอาณาจักร) ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานของประธานาธิบดี

นำท่านเดินทางสู่ อนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) รูปปั้นของ อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกาความสูง 19 ฟุต (5.8 เมตร) ที่ตั้งอยู่อย่างสงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจนี้อยู่ในอิริยาบทที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสุดของอนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยสายตาของอดีตประธานาธิบดีคนนี้เพ่งมองทอดไปที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน นักท่องเที่ยวควรจะมายืนตรงจุดที่ชาวอเมริกันนับล้านคนเคยมายืนรวมกันที่นี่เพื่อรำลึกและแสดงความเคารพต่อชายที่ถือกำเนิดในบ้านไม้ซุงอย่างเรียบง่ายที่สุด แต่เติบโตขึ้นเพื่อนำทางประเทศชาติให้ผ่านพ้นสงครามกลางเมืองอเมริกันไปได้ และริ่เริมให้เกิดการเลิกทาสในที่สุด รูปปั้นหินปูนและหินอ่อนหลายๆ ชิ้นที่นี่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เสาดอริกแบบมีร่องทั้งหมดเป็นตัวแทนของทั้ง 36 รัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลินคอล์นเป็นประธานาธิบดีบริหารประเทศ ส่วนชื่อรัฐทั้ง 48 รัฐที่มีขึ้นสมัยที่อาคารก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1922 ก็ได้รับการจารึกไว้ใต้ชายคา อีกทั้งจิตรกรรมฝาผนังที่ลินคอล์นถือว่ามีคุณค่าตลอดช่วงชีวิตของเขา ประกอบด้วย เรื่องอิสรภาพ สิทธิขั้นพื้นฐาน ความเป็นนิรันดร์ ความเป็นธรรม กฎหมาย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ภราดรภาพและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นต้น

นำท่าน ผ่านชม อนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะเป็นแท่งโอเบลิสก์ ทำด้วยหินอ่อน หินแกรนิต และหินทราย สูง 555 ฟุต 5 ½ นิ้ว (169 เมตร) เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในวอชิงตัน ดี.ซี. ออกแบบโดยโรเบิร์ต มิลส์ สถาปนิกในยุคนั้น เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1848 แต่กว่าจะสร้างเสร็จก็ล่วงเข้ามาจนถึงปี ค.ศ. 1884 ใช้เวลาสร้างนานถึง 36 ปี เนื่องจากเงินบริจาคหมด ประกอบกับเกิดสงครามกลางเมืองอเมริกัน ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1888 ใช้หินไป 36,491 ก้อน หนัก 90,854 ตัน ใช้เงินไปทั้งสิ้น 1,187,710 ดอลลาร์สหรัฐ ข้างบนเป็นจุดชมวิว มีลิฟต์และบันได 897 ขั้นหินแต่ละก้อนที่นำมาสร้างบันไดในอนุสาวรีย์ได้มาจากที่ต่างๆทุกรัฐของอเมริกา และจากการบริจาคจากองค์กรเอกชนและรัฐบาลมิตรประเทศต่างๆของอเมริกา อาจเรียกว่าเป็นหินนานาชาติก็ได้

นำท่านเดินทางสู่ อนุสรณ์สถานเจฟเฟอร์สัน (The Thomas Jefferdon Memorial) หนึ่งในสถาปัตยกรรมชิ้นเรียบง่ายแต่งดงามของอนุสรณ์สถานแห่งชาติ สร้างเพื่อแสดงความเคารพต่อประธานาธิบดีและเหล่านักคิดที่ยิ่งใหญ่ของอเมริกา โดยเดินจากอนุสรณ์สถานลินคอล์นประมาณ 1.6 กิโลเมตร จะผ่านทิวแถวต้นเชอร์รี่ไปยังบริเวณอ่างเก็บน้ำ Tidal Basin ของอนุสรณ์สถานแห่งชาติ จากนั้นจะพบโครงสร้างอาคารที่คล้ายกับปูชนียสถาน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับบรรดาประธานาธิบดี และเหล่านักคิดชั้นนำของอเมริกา ทอมัส เจฟเฟอร์สัน ประธานาธิบดีคนที่สามของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้เขียนสิ่งสำคัญมากในขณะนั้น นั่นคือคำประกาศอิสรภาพของอเมริกา ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาตินี้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายประเภท มักจะจัดขึ้นตลอดทั้งปีที่อ่างเก็บน้ำ Tidal Basin ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตเพลงแจ๊สบริเวณขั้นบันไดของอนุสรณ์สถานเจฟเฟอร์สันและเทศกาลเชอร์รี่ บลอสซัมประจำปีที่จัดเป็นประจำในฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้ได้วิวที่เห็นอนุสรณ์สถานเจฟเฟอร์สันได้ชัดเจนภายใต้บรรยากาศอันผ่อนคลายบริเวณแม่น้ำ

นำท่านเดินทางสู่ สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) เป็นสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และพิพิธภัณฑ์ ก่อตั้งขึ้นตามความประสงค์ของนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เจมส์ สมิธสัน (James Smithson) ซึ่งระบุพินัยกรรมว่า หากหลานชายของเขา เฮนรี เจมส์ ฮังเกอร์ฟอร์ด ไม่มีทายาท ก็ให้ยกมรดกทั้งหมดให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อก่อตั้งองค์กรที่สามารถ “เพิ่มพูนและเผยแพร่ความรู้” ให้แก่มนุษยชาติในเครือของ สถาบันสมิธโซเนียน มีอยู่กว่า 19 แห่ง กระจายอยู่ในหลายรัฐ ซึ่งให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินสำหรับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก อีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจ คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (National Museum of Natural History) พิพิธภัณฑ์นี้ให้ึวามรู้เกี่ยวกับการสำรวจ และเรียนรู้โลกธรรมชาติผ่านทางการวิจัย การสำรวจสิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ รวมถึงพวกไดโนเสาร์ นิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์ป่า สัตว์ใต้ท้องทะเล เป็นต้น

** อิสระอาหารกลางวัน เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาติ (National Air and Space Museum) เปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้สนใจเรื่องการบิน เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะพาคุณเดินทางไปพบกับประวัติศาสตร์การบินและอวกาศอย่างถึงแก่น จะได้พบกับคอลเลคชั่นเกี่ยวกับการบินและอวกาศที่ใหญ่ที่สุด รวบรวมจากทุกที่ทั่วโลกมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาตินี้ สิ่งของที่นำมาจัดแสดงเป็นของจริงทั้งหมด ไม่ก็เป็นชิ้นส่วนสำรองของอุปกรณ์ที่ใช้งานจริง จึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีออร่าความขลัง ภายในมี 22 โซนที่รวบรวมอุปกรณ์จากหน่วยงานการบินหลายๆแห่ง ตั้งแต่อุปกรณ์รุ่นคุณปู่ยุคแรกเริ่มของประวัติศาสตร์การบิน มาจนถึงยุคอวกาศที่จัดแสดงในแกลเลอรี่ Apollo to the Moon นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์การบินในรูปแบบของแกลเลอรี่ เช่น การบินของสองพี่น้องตระกูล Wright ในปี 1903 หรือจะเป็น Spirit of St Louis ที่นักบิน Charles Lindburgh ทำการบินข้ามแอตแลนติกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Apollo 11 Command Module อีกด้วย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Holiday Inn Chantilly-Dulles Expo , Washington D.C. หรือเทียบเท่า

เมืองวอชิงตัน ดี ซี – เมืองแฮริสเบิร์ก – โรงงานผลิตช็อกโกแลต เฮอร์ชี่ย์ – เมืองคอร์นนิ่ง – โรงงานผลิตเครื่องแก้ว คอร์นนิ่ง

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแฮริสเบิร์ก (Harrisburg) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงของรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2010 มีประชากร 49,528 คน ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำซัสคิวแฮนนา เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเรื่องการผลิตช็อกโกแลต

นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตช็อกโกแลต เฮอร์ชี่ย์ (Hershey’s Chocolate Factory) เป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลตชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีแบรนด์ย่อยอยู่ภายใต้บริษัทมากกว่า 80 แบรนด์ รวมทั้ง KitKat ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี “Hershey Foods” เป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายช็อกโกแลต ลูกกวาด และผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตคุณภาพทั้งหมด ที่นี่ท่านจะได้ชมขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลตแบบ Animation โดยใช้สัตว์จำลองและเทคโนโลยีแบบทันสมัยใน การนำเครื่องจักรเก่าแก่ที่ใช้ในการผลิตช็อกโกแลตมาจัดแสดงให้ชมด้วย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอร์นนิ่ง (Corning) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองในรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองนิวยอร์ก  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1890 ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเชมุง เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการผลิตเครื่องแก้ว

นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องแก้ว คอร์นนิ่ง (Corning Museum of Glass) โรงงานผลิตเครื่องแก้วที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตเครื่องแก้วของประเทศสหรัฐอเมริกา สถานที่ ที่เต็มไปด้วยผลงานสะสมจากแก้วที่น่าประทับใจที่สุด ซึ่งมาพร้อมกับข้อมูลที่ต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย พบกับผลงานที่ทำจากแก้วกว่า 45,000 ชิ้น ซึ่งประกอบไปด้วยผลงานรูปแบบสมัยใหม่และรูปแบบทางประวัติศาสตร์ เราพนันได้เลยว่าคุณไม่รู้มาก่อนว่าชาวอียิปต์นั้นเป็นคนคิดค้นแก้วขึ้นมา ท่านจะได้ชื่นชมประติมากรรมแก้วที่น่าสนใจและงดงามพร้อมกับได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการเป่าแก้วในรูปแบบต่างๆอีกด้วย                              

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Ramada Painted Post , Corning หรือเทียบเท่า

เมืองคอร์นนิ่ง – เมืองบัฟฟาโล่ – แฟชั่น เอาท์เล็ท ไนแองการ่า – อุทยานแห่งชาติน้ำตกไนแองการ่า – ล่องเรือ เมด ออฟ เดอะ มิส

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบัฟฟาโล่ (Buffalo) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองในรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองนิวยอร์ก มีประชากรประมาณ 1.1 ล้านคน ได้รับการคัดเลือกจากหนังสือ Reader’s Digest ให้เป็นเมืองที่มีความสะอาดเป็นอันดับ 3 ของอเมริกา และเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับประเทศแคนาดา โดยมีน้ำตกยักษ์ไนแองการ่าขวางกั้นระหว่างประเทศอเมริกา และแคนาดาอยู่

นำท่านเดินทางสู่ แฟชั่น เอาท์เล็ท ไนแองการ่า (Fashion Outlets Niagara) ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมแท้ชั้นนำชื่อดังสัญชาติอเมริกาในราคาที่ส่งตรงมาจากโรงงาน

** อิสระอาหารกลางวัน เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกไนแองการ่า (Niagara Falls National Park) ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางธรรมชาติ ท่านจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่มีอาณาบริเวณและปริมาณมวลน้ำไหลเวียนมากมายมหาศาล ที่ไหลมาจากทะเลสาบอีรี ทิ้งตัวลงก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และละอองไอน้ำที่สร้างความสดชื่นไปทั่วบริเวณ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ท่านจะได้เห็นสายรุ้งที่เกิดขึ้นจากละอองน้ำอยู่เหนือน้ำตก ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมากๆ โดยบริเวณนี้จะเกิดสายรุ้งอยู่เป็นประจำ เนื่องจากมีละอองน้ำลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก ท่านจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกยักษ์ไนแองการ่าในจุดที่ใกล้ที่สุด ด้วยเรือ เมด ออฟ เดอะ มิส (Maid of the Mist) เรือที่วิ่งทวนกระแสน้ำ เข้าสู่ธารน้ำอันเชี่ยวกราดที่หลั่งไหลโถมเถมาจากเบื้องสูง ตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจ สัมผัสกับประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ในการชมน้ำตกไนแองการ่าอย่างใกล้ชิดจริงๆ ** เรือ เมด ออฟ เดอะ มิส (Maid of the Mist) จะเปิดให้บริการในช่วงประมาณปลายเดือนเมษายน หรือ ต้นเดือนพฤษภาคม ถึง ต้น หรือ ปลายเดือนตุลาคม ของทุกๆปี ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ปริมาณของน้ำ และ น้ำแข็ง เป็นสำคัญ โดยทางอุทยานฯก็ไม่สามารถกำหนดวันที่แน่นอนที่สามารถได้ แม้ก่อนเดินทางเพียง 1 สัปดาห์ ก็ตาม อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดตามความเหมาะสม โดยทางอุทยานฯจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งนี้ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ กรณีที่ไม่สามารถล่องเรือได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เพราะเป็นการจองแบบเหมาจ่ายล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วทั้งหมด **

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Days Inn At The Falls , Buffalo หรือเทียบเท่า

เมืองบัฟฟาโล่ – วู๊ดเบอรี่ คอมมอน พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท – เมืองนิว ยอร์ก

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

วู๊ดเบอรี่ คอมมอน พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท (Woodbury Common Premium Outlets) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เป็นเอาท์เล็ทที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในอเมริกา เป็นศูนย์รวมแบรนด์เนมชั้นนำสัญชาติอเมริกา และอื่นๆอีกมากมายหลากหลายแบรนด์จากทั่วทุกมุมโลกไว้ที่นี่ อาทิ BURBERRY , GUCCI , DIOR , COACH , DIESEL , G-STAR , MISS SIXTY , ENERGY , NIKE , VERSACE , POLO , A/X , EMPORIO ARMANI และอีกมากมาย

เมืองนิว ยอร์ก (New York) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือที่นิยมเรียกกันว่า นิว ยอร์ก ซิตี้ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่เจริญที่สุดในโลก เป็นมหานครเอกของโลก จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม บันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก เป็นเมืองที่มีตึกสูงระฟ้ามากมาย ตลอดระยะเวลา 150 ปี และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ เมืองนิว ยอร์กตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย 5 เขตปกครองที่เรียกว่า โบโรฮ์ (Borough) คือ เดอะบรองซ์ บรูคลิน แมนแฮตตัน ควีนส์ และสแตตัน ไอส์แลนด์ ประชากรรวมทั้งหมดประมาณ 8,274,527 คน ภายในพื้นที่ 790 ตร.กม. นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดแล้ว สัดส่วนประชากรต่อพื้นที่ยังถือว่าหนาแน่นที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ลักษณะเฉพาะของเมืองนิว ยอร์กที่แตกต่างไปจากเมืองอื่นของประเทศสหรัฐอเมริกา มีให้เห็นหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ระบบขนส่งที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ ความเหมือนและความแตกต่างกันของประชากร ใน ค.ศ. 2005 มีภาษาประมาณ 170 ภาษาที่ใช้กันในเมืองแห่งนี้ และ 36% ของประชากรไม่ได้เกิดและโตในสหรัฐอเมริกา ระบบรถไฟใต้ดินเมืองนิว ยอร์กที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง บวกกับการจราจรและผู้คนที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา จึงมีคำเปรียบเปรยถึงเมืองนิว ยอร์กว่าเป็น “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” ขณะเดียวกันเมืองแห่งนี้ยังมีชื่อเล่นอื่นๆ อีกด้วยอย่าง “กอร์ทเทม” (Gotham) และ “บิ๊กแอปเปิล” (Big Apple)

** อิสระอาหารกลางวัน และ ค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

ที่พัก Wyndham Garden Newark Airport , New York หรือเทียบเท่า

เมืองนิว ยอร์ก – ล่องเรือเฟอรี่สู่เกาะลิเบอร์ตี้ – อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ – สะพานบรูคลิน – กราวด์ ซีโร่ – เซ็นทรัล ปาร์ค – เรดิโอ ซิตี้ มิวสิค ฮอล – ย่านบรอดเวย์ – อาคารสหประชาชาติ – หอสมุดประชาชน – โบสถ์เซนต์แพททริค – ย่านไชน่า ทาวน์ – ย่านไทม์ สแควร์ – ขึ้นชมวิวบนตึกสูงระฟ้า เอ็มไพร์ สเตท – ถนนสายที่ห้า – ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคเนดี้ เมืองนิว ยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินสู่ ท่าเรือเฟอร์รี่ เพื่อล่องเรือเฟอรี่สู่ เกาะลิเบอร์ตี้ (Liberty Island) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) ชมความสง่างามของเทพีเสรีภาพ สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวอเมริกัน ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นดินแดนที่ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพนี้ ประเทศฝรั่งเศสได้มอบให้เป็นของขวัญ เนื่องในโอกาสที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อตั้งประเทศครบรอบ 100 ปี ผ่านชม ความงดงามอันน่ามหัศจรรย์ของ สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1883 เคยเป็นสะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสะพานแขวนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา มีความยาว 1,825 เมตร ทอดข้ามแม่น้ำอีสต์ เชื่อมระหว่างนิวยอร์ก ซิตี้ กับเกาะแมนฮัตตัน สะพานบรูคลินสร้างขึ้นจากการขึงลวดเหล็กในสมัยโบราณ สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยโบราณ ในจุดนี้ท่านยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ความสวยงามของเกาะแมนฮัตตันได้อีกด้วย

นำท่าน ผ่านชม กราวด์ ซีโร่ (Ground Zero) เป็นบริเวณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝด เวิร์ล เทรด เซ็นเตอร์ (World Trade Center) ที่สูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ตอนนี้เหลือทิ้งไว้เพียงแต่ความทรงจำ เป็นอนุสรณ์สถาน หลังจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในปี 2001 หรือเหตุการณ์ 911 ปัจจุบันบริเวณนี้สร้างเป็นโครงการเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ ใหม่ โดยมีทั้งหมด 4 Tower ในโครงการ ผ่านชม เซ็นทรัล ปาร์ค (Central Park) สวนสาธารณะที่สวยงามและร่มรื่นขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปอดของชาวนิวยอร์ก ผ่านชม เรดิโอ ซิตี้ มิวสิค ฮอลล์ (Radio City Music Hall) สถานที่จัดการแสดงดนตรีชื่อดังที่สุดในโลก ผ่านชม ย่านบรอดเวย์ (Broadway) เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวสำคัญของนิวยอร์ก ย่านนี้เป็นที่ตั้งโรงละครกว่า 40 แห่ง กลางคืนถนนจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟนีออนหลากสีจากป้ายชื่อ ป้ายโฆษณาโรงละครต่างๆ ละครเพลงบรอร์ดเวย์คือวัฒนธรรมทางดนตรีของชาวอเมริกาที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะละครเพลง มีอิทธิพลขนาดถูกนำมาตั้งเป็นชื่อถนนและชื่อย่าน ด้านธุรกิจละครบรอร์ดเวย์ของที่นี่ได้รับความนิยมเพราะมีสายสัมพันธ์กับฮอลลีวู้ด นักแสดงฮอลีวู้ดหลายคนแจ้งเกิดจากที่นี่ รวมทั้ง ผ่านชม สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น อาคารสหประชาชาติ , หอสมุดประชาชน , โบสถ์เซนต์แพททริค , ย่านไชน่า ทาวน์

นำท่านเดินสู่ ย่านไทม์ สแควร์ (Time Square) ย่านการค้ากลางนครที่ประชันป้ายโฆษณานับร้อยป้าย เป็นจุดตัดสำคัญของถนนในแมนฮัตตัน เมืองนิวยอร์ก โดยเป็นจุดตัดของถนนบรอดเวย์ กับ ถนนเซเวนท์ เอเวนิว อีกทั้งยังเป็นจุดที่อยู่ระหว่าง ถนนเวสต์ โฟตี เซเคอนด์ สตรีท กับ ถนนเวสต์ โฟตี เซเวนท์ สตรีท ซึ่งไทม์สแควร์ทอดตัวยาวอยู่บนพื้นที่ในบล็อกระหว่างถนนซิกท์ เอเวนิว กับ ถนนเอกท์ เอเวนิว ในความยาวแนวตะวันออก-ตะวันตก และอยู่บนพื้นที่ระหว่างถนนเวสต์ โฟตีท์ สตรีท กับ ถนนเวสต์ ฟิฟท์ตี เทิร์ด สตรีท ในแนวเหนือ-ใต้ โดยไทมสแควร์เองได้กลายเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งบนฝั่งตะวันตกของย่านธุรกิจการค้าในเขตมิดทาวน์บนเกาะแมนฮัตตัน

นำท่าน ขึ้นชมวิวบนตึกสูงระฟ้า เอ็มไพร์ สเตท (Empire State Building) สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มากมาย อาทิ Sleepless in Seattle, An Affair to Remember, King Kong ตึกนี้ใช้เวลา 410 วันในการก่อสร้าง โดยเริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1930 โดย Starrett Brothers & Eken, Inc. ก่อสร้างโดย บริษัท สตาร์เร็ตต์ บราเธอร์ แอนด์ เอเกน จำกัด (Starrett Brothers & Eken, Inc.) เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ตัวอาคารสร้างขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กคุณภาพสูง มีความสูงทั้งสิ้น 102 ชั้น มีหน้าต่างทั้งสิ้น 6,500 บาน ตึกสูงจากพื้นดิน 381 เมตร (1,250 ฟุต) ตกแต่งด้วยศิลปะแบบ อาร์ตเดคโค (Art Deco) ที่นิยมในสมัยนั้น มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 257,211 ตารางเมตร ทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรับประกันความทนทานนานถึง 5,000 ปี หลังจากก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับตำแหน่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกนานกว่า 40 ปี ด้วยความสูง 381 เมตร แต่ได้มีการต่อเติมเสาอากาศเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 448.7 เมตร ในปี 1954 จนกระทั่งตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สร้างเสร็จในปี 1972 (พ.ศ. 2515) ได้ทำลายสถิติลงด้วยความสูง 417 เมตร (ไม่นับความสูงของเสาอากาศ) และนับจากเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2001 (พ.ศ. 2544) ปัจจุบันตึกเอ็มไพร์สเตทได้กลับมาเป็นอาคารที่สูงที่สุดในนครนิวยอร์กอีกครั้ง โดยเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับที่ 20 ของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุด (รวมเสาอากาศ) อันดับที่ 16 ของโลก เรามักจะพบเห็นตึกเอ็มไพร์สเตทในวัฒนธรรมสมัยใหม่ เช่น จากภาพยนตร์ นวนิยาย ที่มักจะกล่าวถึงตึกเอ็มไพร์สเตทเสมอๆ ตัวอย่าง เช่น ในภาพยนตร์ “คิงคอง” ลิงกอริลล่าขนาดใหญ่ ได้ทำลายล้างเมืองนิวยอร์กและปีนขึ้นสู่ยอดอาคารเอ็มไพร์สเตท หรือ ในวรรณกรรมเยาวชนชุด “เพอร์ซี แจ็คสัน” ได้กล่าวถึงอาคารหลังนี้ว่าบนยอดตึกเอ็มไพร์สเตทจะเป็นสถานที่ๆเชื่อมต่อกับทวยเทพบนพระราชวังโอลิมปัส

อิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งย่าน ถนนสายที่ห้า (Fifth Avenue) เป็นแหล่งช้อปปิ้ง เสพงานศิลป์ และน่าเดินเล่นบนมิดทาวน์บนเกาะแมนฮัตตัน ฟิฟท์อเวนิวสร้างขึ้นโดยตระกูลร่ำรวยของอเมริกา ย่านนี้มีร้านขายสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก ห้างสรรพสินค้า และโรงหนังจำนวนมากเรียงรายสองข้างทางทอดตัวยาวจากถนนสายที่ 49 ถึง 60 ของฟิฟท์อเวนิว ซึ่งนอกจากการช้อปปิ้งแล้ว นักท่องเที่ยวหลายคนยังชื่นชอบที่จะมาชมความงามของตัวอาคารเก่าแก่ที่เคียงคู่กับอาคารใหม่สไตล์โมเดิร์น อาทิ โบสถ์ทรินิตี้ อันเลื่องชื่อ

** อิสระอาหารกลางวัน และ ค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคเนดี้ เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

22.55 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY100

** ใช้เวลาบินประมาณ 13 ชั่วโมง 10 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

20.05 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ** เพื่อเปลี่ยนเครื่อง **

23.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทยโดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY406

** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

09.10 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ตารางราคาและกำหนดการเดินทาง
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
วันที่

ผู้ใหญ่

เด็กมีเตียง*

เด็กไม่มีเตียง*

พักเดี่ยวเพิ่ม

ไม่รวมตั๋ว

23 ก.ย. – 01 ต.ค. 256169,88869,88869,88811,88841,888
10 – 18 ตุลาคม 256173,88873,88873,88811,88841,888
16 – 24 ตุลาคม 256172,88872,88872,88811,88841,888
*เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
** อัตรานี้ ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,650-1,700 บาท **
** อัตรานี้ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม และ ค่าบริการยื่นวีซ่าท่องเที่ยว ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านละ 8,000 บาท **
** อัตราค่าบริการ สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ท่านละ 25,000 บาท **
* ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม *
เงื่อนไขโปรแกรมทัวร์
  1. ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ ชั้นประหยัด (Economy Class) กรณีต้องการ Upgrade เป็น ชั้นธุรกิจ (Business Class) กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ
  2. ค่าภาษีน้ำมัน และ ภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  3. ค่าธรรมเนียมการโหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบิน โดยสายการบิน Etihad Airways อนุญาตให้โหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบินได้ ท่านละ 2 ชิ้น โดยมีน้ำหนักแต่ละชิ้นไม่เกิน 23 กก.   
  4. ค่ารถโค้ชปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตามรายการระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)
  5. ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐาน ตามรายการระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน หรือ 3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่โรงแรมมีห้องพัก 3 ท่าน Triple ว่าง) กรณีมีงานเทรดแฟร์ การแข่งขันกีฬา หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้โรงแรมตามรายการที่ระบุเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ กรณีไม่รวมจะชี้แจงไว้ในโปรแกรมชัดเจน        
  7. ค่าอาหาร ตามรายการระบุ โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  8. ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  9. ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ
  1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการระบุ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ (กรุณาสอบถามอัตราค่าบริการจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการทุกครั้ง)
  2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท
  3. ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมทั้ง 3 ท่าน ตลอดการเดินทาง ตามธรรมเนียม 50 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา (USD) หรือ คำนวนเป็นเงินไทยประมาณ 1,650-1,700 บาท (THB) รวมไปถึงเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ยกเว้น เด็กอายุไม่ถึง 2 ปี ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ทั้งนี้ท่านสามารถให้มากกว่านี้ได้ตามความเหมาะสมและความพึงพอใจของท่าน
  4. ค่าธรรมเนียมและค่าบริการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านละ 8,000 บาท (โดยชำระพร้อมเงินมัดจำครั้งแรก)
  1. นักท่องเที่ยว กรุณาทำการจองล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 50 วัน พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 22,000 บาท ค่าธรรมเนียมและค่าบริการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านละ 8,000 บาท รวมเป็น ท่านละ 30,000 บาท (กรณีมีวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ชำระเฉพาะเงินมัดจำ 22,000 บาท) ภายใน 3 วัน หลังจากวันจอง ตัวอย่างเช่น ท่านทำจองวันที่ 1 กรุณาระเงินมัดจำ ส่วนนี้ภายในวันที่ 3 ก่อนเวลา 14.00 น. เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกอัตโนมัติทันที หากยังไม่ได้รับยอดเงินมัดจำตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องเช็คที่ว่างและทำจองเข้ามาใหม่อีกครั้ง กรณีที่คณะเต็ม มีคิวรอ (Waiting List) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้สิทธิ์ลูกค้ารายถัดไป เป็นไปตามระบบ ตามวัน และ เวลา ที่ทำรายการจองเข้ามาตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดทางบริษัทมีที่นั่งราคาพิเศษจำนวนจำกัด
  2. นักท่องเที่ยวกรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ครบ 100% ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเย่นต์ไม่ชำระเงิน หรือ ชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมไปถึง กรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม รวมทั้ง กรณีที่อยู่ในช่วงรอผลการอนุมัติวีซ่า รอนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ทำให้ทางบริษัทไม่ได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม คือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆทันที
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือ จดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00 น.–18.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 9.00 น.–14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

การเตรียมเอกสารเบื้องต้นเพื่อ ขอคิว สัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา

– กรอกแบบฟอร์มกรอกข้อมูลเบื้องต้น เพื่อใช้ขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยว ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทางบริษัทส่งให้ ให้ละเอียดครบถ้วน เขียน หรือ พิมพ์เป็นภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษก็ได้

– สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง คงเหลืออายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทางกลับ และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 4 หน้า สำหรับประทับวีซ่า

– สำเนาทะเบียนบ้าน (หน้าเลขที่บ้าน และ หน้าที่มีชื่อผู้เดินทาง)

– สำเนาหน้าวีซ่าประเทศสหรัฐอเมริกา ทุกประเภท (ถ้าเคยมี)

– สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ , เปลี่ยนนามสกุล , ทะเบียนสมรส , ทะเบียนหย่า  (ถ้ามี)

– สำเนาเอกสารรับรองการทำงาน (เป็นภาษาอังกฤษ)
เตรียมเอกสารข้างต้นเรียบร้อยแล้ว กรุณาส่งสำเนา หรือ สแกนส่งมาที่บริษัท ไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารฉบับจริงมา

การเตรียมเอกสารเพื่อ เข้ารับการสัมภาษณ์ วีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา

วีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้สมัครทุกท่าน จำเป็นต้องไปแสดงตนที่สถานทูต

เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ของสถานทูตด้วยตนเองทุกกรณี ตามวัน เวลาที่สถานทูตนัดหมายเท่านั้น และ โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ

โดยผู้สมัครจะต้องเตรียมเอกสารฉบับจริงทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนา

เพื่อแสดงกับสถานทูตในวันสัมภาษณ์ ดังนี้

  1. หนังสือเดินทางธรรมดา (หน้าปกสีน้ำตาล / เลือดหมู) เท่านั้น คงเหลืออายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทางกลับ และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 4 หน้า สำหรับประทับวีซ่า (กรณีท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ให้เตรียมมาแสดงด้วย)
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 2 x 2 นิ้ว ขนาดเท่ากันทุกด้าน เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เน้นใบหน้า จำนวน 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาวเท่านั้น
    ข้อกำหนดเบื้องต้นของรูปถ่าย ทั้งนี้อยู่ที่ดุลยพนิจของเจ้าหน้าที่สถานทูตเท่านั้น
    – ห้ามสวมแว่นสายตา
    – ห้ามสวมเครื่องประดับ
    – รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
    – ไม่เป็นรูปเดียวกันกับวีซ่าที่เคยได้รับแม้จะยังไม่เกิน 6 เดือน ก็ตาม จำเป็นต้องถ่ายใหม่
    – ห้ามถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ไม่สามารถใช้ได้
  1. บัตรประชาชน
  2. ทะเบียนบ้าน
  3. ทะเบียนสมรส กรณีเพศหญิง หากมีหลักฐานการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น …นาง… ต้องแนบเอกสารใบสำคัญมาด้วย
  4. ทะเบียนหย่า กรณีเพศหญิง หากหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น …นางสาว… ต้องแนบเอกสารใบสำคัญมาด้วย
  5. ใบมรณะบัตร สามี/ภรรยา เพื่อยืนยันสถานะตนเอง กรณีสามีเสียชีวิตแล้ว
  6. สูติบัตร กรณีเด็กมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ณ วันเดินทางกลับ
  7. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ณ วันเดินทางกลับ ไม่ได้เดินทางพร้อม บิดา หรือ มารดา จำเป็นต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บิดา หรือ มารดา ให้ บิดา และ มารดา ขอ หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอที่พำนักอยู่ และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว บิดา และ มารดา ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
    – เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางกับบิดา หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอที่พำนักอยู่ และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว มารดา ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
    – เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางกับมารดา หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอที่พำนักอยู่ และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว บิดา ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
    – กรณีเด็กอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่ง จำเป็นต้องมีหลักฐานการรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น สำเนาใบหย่า พร้อมทั้งบันทึกการหย่าซึ่งแสดงว่าเป็นผู้รับผิดชอบเด็ก บันทึกสลักหลักใบหย่า
    – กรณีเด็กอยู่ในความปกครองของผู้อื่น จำเป็นต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้ การดูแลของผู้นั้น เช่น หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม

โดยในวันสัมภาษณ์ บิดา และ มารดา จะต้องเข้าสัมภาษณ์พร้อมเด็กด้วยทุกกรณี

  1. หลักฐานการทำงาน จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท หรือ หน่วยงาน เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    – จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ หัวจดหมายว่า To Whom It May Concern (ไม่จำเป็นต้องระบุสถานทูต / ประเทศ และพีเรียดวันที่จะเดินทาง) แค่ยืนยันตำแหน่งงาน เงินเดือน และ หรือ ระยะเวลาเริ่มงานเท่านั้น หากต้องการระบุ จะต้องระบุให้ถูกต้อง)
    โดยหลักฐานการทำงาน จะต้องออกมาแล้วอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ยื่นวีซ่า
    – กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัท ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ เป็นชื่อผู้เดินทาง จะต้องออกมาแล้วอายุไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นวีซ่า
    – กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า ใช้ทะเบียนพาณิชย์ ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า เป็นชื่อผู้เดินทาง
    – กรณีเกษียณอายุราชการ ใช้บัตรข้าราชการบำนาญ หรือ จดหมายคำสั่งเกษียณอายุราชการ
    – กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา ระบุยืนยันสถานะว่าเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา จริง และ กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นใด ปีใด
  1. หลักฐานการเงิน สถานทูตพิจารณาเฉพาะบัญชีเงินฝาก ประเภทออมทรัพย์ (Saving) โดยควรมียอดเงินคงเหลือในบัญชี ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท โดย ใช้สมุดบัญชีเงินฝากฉบับจริงหรือบุ้คแบงค์ (Book Bank) เตรียมไปในวันสัมภาษณ์ เกี่ยวกับบัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านจำเป็นต้องเตรียมบัญชีออมทรัพย์ (Saving) เป็นหลักเท่านั้น
    สามารถใช้ สมุดบัญชีเงินฝากฉบับจริงหรือบุ้คแบงค์ (Book Bank) ได้หากมีรายการ การทำรายการย้อนหลังไป 6 เดือน ทุกเดือน หากข้ามเดือนใดเดือนหนึ่งไปในสมุด หรือมีรายการไม่ครบเนื่องจากไม่ได้อัพเดทนาน จำเป็นต้องขอ สเตทเม้น (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
  1. กรณีเป็นผู้สูงอายุ อายุ 70 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ การตรวจสุขภาพ ออกโดยโรงพยาบาล โดย ระบุว่า “สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้” และกรมธรรม์ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ สำหรับผู้สูงอายุในกรณีนี้ทางสถานทูตฯ อาจต้องการให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ
  2. ในบางกรณีทางสถานทูต อาจมีการขอเรียกดูหนังสือเดินทางของท่าน หลังจากที่คณะเดินทางกลับมาแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ท่านได้ ทางบริษัท ต้องขออภัยในความไม่สะดวกในส่วนนี้ และโปรดปฏิบัติตาม เพื่อการขอวีซ่าในครั้งต่อไป
  3. การพิจารณาอนุมัติวีซ่านั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางสถานทูต ซึ่งทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศที่ระบุเท่านั้น หากท่านถูกปฏิเสธการออกวีซ่า ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่ จำเป็นต้องชำระค่าบริการ และ ค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง

หลังเข้ารับการสัมภาษณ์โดยประมาณ 7 วันทำการ

หนังสือเดินทางของท่าน จะถูกส่งคืนมาที่บ้านท่านทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ที่กรอกในแบบฟอร์มไว้

 

กฎระเบียบด้านการรักษาความปลอดภัยของสถานฑูตอเมริกา

ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสถานทูตอเมริกาเพื่อสัมภาษณ์วีซ่า

หากท่านนำสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้ติดตัวมาด้วย

  1. อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ไดอารี่ดิจิตอล เพจเจอร์ กล้อง เทปเสียง/วิดีโอเทป แผ่นซีดี MP3 แผ่นดิสก์ แล็บท็อป หรืออุปกรณ์เล่นเพลงแบบพกพา
  2. กระเป๋าสะพายไหล่ขนาดใหญ่หรือกระเป๋าสตางค์
  3. กระเป๋าถือขนาดใหญ่และกระเป๋าเดินทาง เป้สะพายหลังขนาดใหญ่ กระเป๋าเอกสาร หรือกระเป๋าเสื้อผ้า ผู้สมัครสามารถถือกระเป๋าใสใส่เอกสารที่จำเป็นสำหรับการสัมภาษณ์วีซ่าได้เท่านั้น
  4. อาหารทุกประเภท (มีจุดจำหน่ายกาแฟพร้อมอาหารว่างด้านในสถานทูต)
  5. ซองจดหมายหรือหีบห่อที่มีการปิดผนึก
  6. บุหรี่ / ซิการ์ / กล่องไม้ขีดไฟ / ไฟแช็ก
  7. ของมีคมทุกชนิด เช่น กรรไกร มีดพก หรือตะไบเล็บ
  8. อาวุธหรือวัตถุระเบิดทุกชนิด
    รายการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น อาจมีสิ่งของอื่นๆที่ห้ามนำเข้าสถานทูตอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นอกจากโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องที่ได้รับอนุญาตแล้ว สถานทูตอเมริกาจะไม่รับฝากสิ่งของต้องห้ามใดๆตามรายการข้างต้น ท่านจะต้องดำเนินการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้นด้วยวิธีอื่นก่อนเข้าไปในสถานทูต

ผู้ติดต่อสถานทูตฯทุกท่านต้องได้รับการตรวจรักษาความปลอดภัยตามขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของสถานทูตฯ ท่านสามารถฝากโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตู แต่สถานทูตฯและพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายหรือความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือของท่านในขณะที่ฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ท่านไม่สามารถเข้าไปในสถานทูตฯตามที่นัดหมายไว้ หากนำสิ่งของดังต่อไปนี้มาด้วย

คำแนะนำ

เอกสารที่ท่านต้องยื่นในวันสัมภาษณ์มีดังนี้

  1. ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์
  2. ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160
  3. หนังสือเดินทางทั้งเล่มปัจจุบันและเล่มเดิมทั้งหมดที่ท่านเคยมี
  4. รูปถ่ายสำหรับทำวีซ่าขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 ใบ พื้นหลังสีขาว
  5. โดยเฉพาะท่านที่สมัครวีซ่าประเภท B1/B2 วีซ่า ท่านควรจะเตรียมหลักฐานการเงินสำหรับการเดินทางของท่านมาด้วย
  6. ท่านควรจะสามารถอธิบายได้ถึงแผนการของท่านในช่วงเวลาที่ท่านพำนักในสหรัฐฯและหลังจากที่ท่านเดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้ว
  7. ผู้สมัครกรุณามาถึงสถานทูตอเมริกา 15 นาทีก่อนเวลาสัมภาษณ์เท่านั้น
02-570-9898
บริษัท สตาร์บริดจ์ ทัวร์ จำกัด เลขที่ 86 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230