หน้าแรก » ทัวร์ตุรกี ดินแดน 2 ทวีป อิสตันบูล – ทรอย – เอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่ – คัปปาโดเกีย – อังการ่า | 9 วัน 6 คืน

ทัวร์ตุรกี ดินแดน 2 ทวีป อิสตันบูล – ทรอย – เอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่ – คัปปาโดเกีย – อังการ่า | 9 วัน 6 คืน

ทัวร์ตุรกี
รหัสทัวร์ : ME14EK9DPV
เดินทาง : สิงหาคม 2561 - พฤศจิกายน 2561
ระยะเวลา : 9 วัน 6 คืน
สายการบิน : Emirates Airline (EK)
น้ำหนักกระเป๋า : 30 ก.ก.
ขึ้นเครื่อง : สนามบินสุวรรณภูมิ
ราคาเริ่มต้น : 30,999 บาท
**ราคายังไม่รวมค่าทิปไกด์**
ID : @starbridge
โปรแกรมฉบับเต็ม
สรุปแผนการเดินทางท่องเที่ยว
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
วันไฮไลท์มื้ออาหาร

โรงแรมที่พัก

*หรือเทียบเท่า
BLD
1กรุงเทพฯ
2ดูไบ – เมืองอิสตันบลู – เมืองชานัคคาเล่ – ม้าไม้จำลองเมืองทรอย
CANAKKALE IRIS HOTEL
3เมืองคูซาดาซึ-ร้านขนม TURKISH DELIGHT – เมืองเปอร์กามัม – วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ – เมืองโบราณเอฟฟิซุส บ้านพระแม่มารี – เมืองปามุคคาเล่
PAMUKKALE NINOVA HOTEL
4เมืองปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองเฮียรา โพลิส – เมืองคอนย่า – สวนผีเสื้อหรือ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า – เมืองคัปปาโดเกีย
CAPPADOCIA BURCU KAYA HOTE
5เมืองคัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน – เมืองเกอเรเม – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง – หุบเขาอุซิซาร์
CAPPADOCIA BURCU KAYA HOTE
6เมืองอังการ่า – สุสานอตาเติร์ก – เมืองอิสตันบูล
ISTANBUL QUA HOTEL
7ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – พระราชวังทอปกาปึ – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต
ISTANBUL QUA HOTEL
8อิสตันบูล – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ดูไบ – กรุงเทพฯ
9กรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ

22.30คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น4 สายการบิน Emirates Airlines เคาน์เตอร์ T ประตู 9 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

21.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสิงคโปร์ชางงี เมืองสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ ** เพื่อเปลี่ยนเครื่อง **

ดูไบ-เมืองอิสตันบลู-เมืองชานัคคาเล่-ม้าไม้จำลองเมืองทรอย

02.25เหิรฟ้าสู่ ดูไบ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK371 (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

05.35เดินทางถึง สนามบินดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

10.00เหิรฟ้าสู่ เมืองอิสตันบลู สนามบิน Sabiha Gokcen International Airport ประเทศตรุกี (Turkey) โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK119 (ใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมง)

13.45เดินทางถึง สนามบิน Sabiha Gokcen International Airport ประเทศตรุกี (Turkey) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้นนำท่านสู่เมืองชานัคคาเล่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.

นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงทรอย เพื่อชม ม้าไม้จำลองเมืองทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตกสงครามม้าไม้ เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีกและเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันแล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอยเหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงครามและได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจันก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้วก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมืองแล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาจากม้าโทรจันแล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมืองแล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก CANAKKALE KOLIN HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองคูซาดาซึ – ร้านขนมTURKISH DELIGHT – เมืองเปอร์กามัม – วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ – เมืองโบราณเอฟฟิซุส บ้านพระแม่มารี – เมืองปามุคคาเล่

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  3.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกีที่เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญสิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ

จากนั้นนำท่านชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ (The Temple of Artemis) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ และถ่ายรูป โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (St. John CASTLE) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป ISA BEY MOSQUE มัสยิดอิสอิสเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีและสำคัญที่สุดซึ่งสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของยุคจักรวรรดิ Seljuk ในช่วงปลายคริสต์ ค.ศ. 1400 นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับของมัสยิดเมยยาดในดามัสกัส มัสยิด Isa bey ก่อตั้งขึ้นบนเนินเขาตะวันตกของเขา Ayasuluk ที่มองเห็นพื้นที่และมี harem ขนาดใหญ่ที่มีสอง naves และประกอบด้วยลานขนาดใหญ่

นำท่านเดินทางชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆตามอัธยาศัย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้

นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH)ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต

นำท่านสู่เยี่ยมชม บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่ มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน

จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานท่อพรม สิ่งท่อขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เป็นพรมท่อมือ สามารถเลือกชมเลือก ซื้อได้ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านซื้อขอฝากตามอัธยาศัย ร้านขนม Turkish Delight ของฝากขึ้นชื่อของประเทศตุรกี 

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.(189 กม.)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก PAMUKKALE NINOVA THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองเฮียรา โพลิส – เมืองคอนย่า – สวนผีเสื้อหรือ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า – เมืองคัปปาโดเกีย

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมากท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อนซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลงเหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไรเช่น โรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ เป็นต้น

จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานคอตตอน สามารถเลือกซื้อของฝากเช่น ผ้าพันคอ ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า เป็นต้น เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยคอตตอน100%

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระยะทาง 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านสู่ สวนผีเสื้อ Butterfly Garden มีผีเสื้อให้ชมว่า 50 สายพันธุ์ของผีเสื้อ ทำให้เราทราบถึงวงจรชีวิตของผีเสื้อ ณ ที่แห่งนี้จะได้สัมผัสความหลากหลายของพืช ดอกไม้หลากสี พร้อมสัตว์ชนิดอื่นๆ นับว่าเป็นสถานที่อีกแห่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง (สวนผีเสื้อจะปิดทำการทุกวันจันทร์ของสัปดาห์หากคณะเดินทางไปที่สวนผีเสื้อตรงกับวันจันทร์ทางคณะจะปรับเปลี่ยนให้เดินทางเข้าชมที่พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่าแทน)

นำทุกท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana museum) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม

สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่าด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดยเกีย (ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่งโมง)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก โรงแรมสไตล์ถ้ำ!! BURCU KAYA HOTEL หรือเทียบเท่า(CAPPADOCIA)

**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน**

เมืองคัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน – เมืองเกอเรเม – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง – หุบเขาอุซิซาร์

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 . เพื่อชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ** 

(ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ประมาณ 210-250 USD หรือประมาณ 7,000 – 9,000 บาท)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านสู่ นครใต้ดิน (Underground City) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกันเป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้

กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่ เมืองเกอเรเม (Goreme)ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ 

จากนั้นนำท่านชม หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

จากนั้นนำท่านแวะ ชมโรงงานจิวเวอร์รี่และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง”หรือ Belly Danceเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน (บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดการแสดง)

ที่พัก โรงแรมสไตล์ถ้ำ!! BURCU KAYA HOTEL หรือเทียบเท่า(CAPPACIA)

**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน**

เมืองอังการ่า – สุสานอตาเติร์ก – เมืองอิสตันบูล

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ กรุงอังการ่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งนี้ร่ำรวยพรั่งพร้อมไปด้วยประวัติศาสตร์ สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการมากมาย เมืองอังการ่า หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angora เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ในตุรกี ความสำคัญของกรุงอังการา กรุงอังการามีประชากรจำนวน 4,965,542  คน ทำให้กรุงอังการาเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของตุรกี และอันดับ ๒ ในกลุ่มเมืองหลวงยุโรป ในขณะที่นครอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาร์มารานั้น กรุงอังการาก็เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเครือข่ายคมนาคมในภูมิภาคอนาโตเลีย โดยเป็นจุดตัดของการคมนาคมทางบก (รถยนต์และรถไฟ) ที่เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของตุรกีเข้าด้วยกัน และเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ขนส่งมาจากภาคต่างๆ ทั่วตุรกีด้วย

นำทุกท่านเดินทางสู่ สุสานอตาเติร์ก  (ATATURK MAUSOLEUM) เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วยอนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 –1987 และ 1999–2009 จะเป็นรูป ANITKABIRด้วย สุสานอตาเติร์ก (Anitkabir หรือ Memorial Tomb หรือ Atatürk Mausoleum)

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเดินทางต่อสู่ กรุงอิสตันบูล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม. (ระยะทาง 450 กม.) กรุงอิส ตันบูล เดิมชื่อ คอนแสตนติโนเปิล  เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี  ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส  ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ในทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่งบอสฟอรัส) และ ทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก QUA HOTEL หรือเทียบเท่า

ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – พระราชวังทอปกาปึ – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque หรือ Sultan Ahmet Mosque ถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609-1616 โดยตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ Sultan Ahmed นั้นเอง

จากนั้นนำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมตหรือฮิปโปโดรม สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุสเซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธีแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3 ต้น คือเสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูลเสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือเสาคอนสแตนตินที่ 7

หลังจากนั้นนำทุกท่านชม พระราชวังทอปกาปึ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปกาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคนนำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia)หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลามจวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียนมีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆมาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬารต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม

นำท่านเดินนำท่านสู่ ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต(Spice Market)หรือตลาดเครื่องเทศ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก เครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง ขนมของหวานขึ้นชื่อและถั่วหลากหลายชนิดให้เลือกสรร

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก QUA HOTEL หรือเทียบเท่า

อิสตันบูล

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส จุดที่บรรจบกันของทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งทำให้ประเทศตุรกีได้รับสมญานามว่า ดินแดนแห่งสองทวีป ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลดำทะเลมาร์มาร่า เราจะได้เห็นป้อมปืนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบได้แก่ Rumeli Castle และ Anatolia Castle โดยจุดชมวิวที่สำคัญคือสะพาน แขวนบอสฟอรัส เชื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรปและเอเชียได้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร และได้กลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลกในสมัยนั้น (ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับที่ 21) ขณะที่ล่องเรือพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่และบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐีที่สร้างได้สวยงามตระการตา

12.00 ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ สนามบิน Sabiha Gokcen International Airport

15.35เหิรฟ้าสู่ สนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK120

21.00 เดินทางถึง สนามบินดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง (ใช้เวลารอเปลี่ยน 1.30 ชั่วโมง)

22.30เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK374

อิสตันบูล – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ดูไบ – กรุงเทพฯ

08.00คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ

ตารางราคาและกำหนดการเดินทาง
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
กำหนดการเดินทางราคาผู้ใหญ่

เด็กเสริมเตียง

(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

เด็กไม่เสริมเตียง

(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

ไฟล์ทขาไป EK371 BKK-DXB 02.25-05.35

ไฟล์ทขาไป EK119 DXB-SAW 10.00-13.45

**********************************************

ไฟล์ทขากลับ EK120 SAW-DXB 15.35-21.00

ไฟล์ทขากลับ EK374 DXB-BKK 22.30-08.00+1

21-29 ก.ย.

28 ก.ย.-06 ต.ค.

05-13 ต.ค.

12-20 ต.ค.

30,999 บาท30,999 บาท30,999 บาท6,500 บาท
19-27 ต.ค.31,999 บาท31,999 บาท31,999 บาท6,500 บาท
26 ต.ค.-03 พ.ย.
09-17 พ.ย.
30,999 บาท30,999 บาท30,999 บาท6,500 บาท
*เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
** อัตรานี้ ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น 62USD หรือประมาณ 2,046 บาท **
* ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม *
เงื่อนไขโปรแกรมทัวร์
  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบิน Emirates Airline ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
  3. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
  4. ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือระดับเทียบเท่า
  5. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ (บริการน้ำดื่มบนรถ 1 ขวดเล็ก/ท่าน/วัน และ ในร้านอาหาร 1 ขวดใหญ่ต่อ 4 ท่าน)
  6. ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  7. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า อาหารเป็นพิษเท่านั้น”)
  8. (หมายเหตุ:ค่าประกันอุบิติเหตุสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน และ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 75 ปีทางบริษัทประกันฯจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงครึ่งหนึ่งของสัญญาฯ)
  1. ค่าหนังสือหนังสือเดินทาง
  2. ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30กิโลกรัมต่อท่าน)
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ค่าอาหารสั่งพิเศษ, ค่ามินิบาร์ในห้องพัก
  4. ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ, ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  5. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  6. ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ โดยเฉลี่ย 1 USD / ท่าน กรณีใช้บริการ BELL BOY ของแต่ละโรงแรม
  7. เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวควรทิปแก่มัคคุเทศก์ท้องถิ่น+คนขับรถและหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการเราโดยประมาณ 62 USD หรือประมาณ 2,046 บาท ต่อทริป
  8. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 7 วัน เท่ากับ 21 USD)
  9. พนักงานขับรถในท้องถิ่น ท่านละ 2 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 7 วัน เท่ากับ 14 USD)
  10. ค่าทิปมัคคุเทศก์ไทย ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 9 วัน เท่ากับ 27 USD) แต่ทั้งนี้มัคคุเทศก์ไทยขึ้นอยู่กับความประทับใจของลูกค้า
  1. นักท่องเที่ยว กรุณาทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 16,000 บาท ภายใน 3 วัน นับจากวันที่จอง ตัวอย่างเช่น ท่านทำจองวันที่ 1 กรุณาระเงินมัดจำ ส่วนนี้ภายในวันที่ 3 ก่อนเวลา 14.00 น. เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกอัตโนมัติทันที หากยังไม่ได้รับยอดเงินมัดจำตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องเช็คที่ว่างและทำจองเข้ามาใหม่อีกครั้ง กรณีที่คณะเต็ม มีคิวรอ (Waiting List) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้สิทธิ์ลูกค้ารายถัดไป เป็นไปตามระบบ ตามวัน และ เวลา ที่ทำรายการจองเข้ามาตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดทางบริษัทมีที่นั่งราคาพิเศษจำนวนจำกัด
  2. นักท่องเที่ยว กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ครบ 100% ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวไม่ชำระเงิน หรือ ชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมไปถึง กรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม รวมทั้ง กรณีที่อยู่ในช่วงรอผลการอนุมัติวีซ่า รอนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ทำให้ทางบริษัทไม่ได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม คือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆทันที
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือ จดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00 น.–18.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 9.00 น.–14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

การเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศตุรกี (คนไทยไม่ต้องทำวีซ่า)

  1. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน ฉบับจริง มีอายุการใช้งานคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทางกลับ และมีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 2 หน้า (หนังสือเดินทางธรรมดา เล่มสีเลือดหมูเท่านั้น)

 

กรอกรายละเอียดข้อมูลของผู้จอง

ทัวร์ตุรกี ดินแดน 2 ทวีป อิสตันบูล – ทรอย – เอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่ – คัปปาโดเกีย – อังการ่า | 9 วัน 6 คืน

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ เพื่อคอนเฟิร์มที่นั่งอีกครั้งนะครับ

ทัวร์ตุรกี ดินแดน 2 ทวีป อิสตันบูล – ทรอย – เอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่ – คัปปาโดเกีย – อังการ่า | 9 วัน 6 คืน

Facebook
Google+
Twitter
LinkedIn
Pinterest