02-570-9898
Hotline : 085-123-9451-53
ทัวร์ดูไบ มหานครแห่งความหรูหรา
ดูไบ อาบูดาบี ตะลุยทะเลทราย ไฟล์ทสวย บินหรู 5 ดาว
ทัวร์ดูไบ
ทัวร์ดูไบ
รหัสทัวร์ : AE2EY5DZG (AUH01)
เดินทาง : ตุลาคม 2561 - ธันวาคม 2561
ระยะเวลา : 5 วัน 3 คืน
สายการบิน : Etihad Airways (EY)
น้ำหนักกระเป๋า : 23 ก.ก.
ขึ้นเครื่อง : สนามบินสุวรรณภูมิ
ราคาเริ่มต้น : 26,999 บาท
**ราคายังไม่รวมค่าทิปไกด์**
ID : @starbridge
โปรแกรมฉบับเต็ม
แผนการเดินทางท่องเที่ยว
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
วันไฮไลท์มื้ออาหาร

โรงแรมที่พัก

*หรือเทียบเท่า
BLD
1ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – เมืองอาบู ดาบีRamada Corniche Hotel Abu Dhabi , Abu Dhabi , United Arab Emirates
2เมืองอาบู ดาบี – เมืองดูไบ – พิพิธภัณฑ์ดูไบ – ดูไบ ครีก – นั่งเรือข้ามฟาก Abra Taxi – ย่านตลาดเก่า – ตลาดทอง – ตลาดเครื่องเทศ – ตึก บุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ (ไม่รวมค่าขึ้นตึก) – ห้างดูไบ มอลล์ – น้ำพุเต้นระบำ แห่งเมืองดูไบ
Fortune Grand Hotel , Dubai , United Arab Emirates
3เมืองดูไบ – สุเหร่า จูไมร่า – ชายหาด จูไมร่า – ตึก บุรจญ์ อัล อาหรับ – ตลาดมาดินัท – นั่งรถไฟโมโนเรล สู่ โครงการเดอะ ปาล์ม – โรงแรมแอตแลนติส – โรงแรมที่พัก – ทะเลทราย – ตะลุยทะเลทรายด้วยรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ
Fortune Grand Hotel , Dubai , United Arab Emirates
4เมืองดูไบ – เมืองอาบู ดาบี – สุเหร่าหลวง – ทำเนียบประธานาธิบดี – โรงแรม เอมิเรตส์ พาเลซ – เฟอร์รารี่ เวิลด์ – ห้างมาริน่า – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
5ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – เมืองอาบู ดาบี

 

15.00 น. ขอเชิญทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Etihad Airways โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

18.25 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY405

** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

22.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 3 ชั่วโมง **

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอาบู ดาบี (Abu Dhabi) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งอยู่บนเกาะรูปตัวที ยื่นออกไปบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดอันดับ 3 ในภูมิภาค และอันดับ 26 ของโลก เป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่า Garden of Gulf หรือ อ่าวแห่งความเขียวขจี และมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนสวยงามท่ามกลางทะเลทราย

ที่พัก Ramada Corniche Hotel Abu Dhabi , Abu Dhabi , United Arab Emirates หรือเทียบเท่า

เมืองอาบู ดาบี – เมืองดูไบ – พิพิธภัณฑ์ดูไบ – ดูไบ ครีก – นั่งเรือข้ามฟาก Abra Taxi – ย่านตลาดเก่า – ตลาดทอง – ตลาดเครื่องเทศ – ตึก บุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ (ไม่รวมค่าขึ้นตึก) – ห้างดูไบ มอลล์ – น้ำพุเต้นระบำ แห่งเมืองดูไบ

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เมืองดูไบ (Dubai) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ถือเป็นเมืองแห่งความมหัศจรรย์เพราะถูกผันแปรจากดินแดนแห่งทะเลทราย สู่ดินแดนแห่งโลกอนาคต ความมั่งคั่งทางการค้า บริการการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางธุรกิจ ไม่จำกัดเฉพาะการค้าน้ำมันแบบก่อนๆ สู่การเป็นเมืองแห่งผู้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดบนโลกใบนี้ ที่เมืองดูไบจะทำไม่ได้ แม้การสร้างแผ่นดินและจารึกลงบนแผนที่โลกในอาณาเขตของตนเอง ผ่านถนน Sheikh Zayed Road ถนน 12 เลนส์ สายหลักสำคัญที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เชื่อมต่อเมืองอาบู ดาบี และ เมืองดูไบ เข้าด้วยกัน ขนานไปกับแนวชายฝั่ง ถนนเส้นนี้มีโรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงานและอพาร์ตเมนต์ ตั้งเรียงรายมากมาย สถาปัตยกรรมสมัยเก่า และ สมัยใหม่รวมกันอยู่แสดงถึงความมั่งคั่งสวยงาม การใช้ชีวิตอย่างหรูหราของชาวเมือง

พิพิธภัณฑ์ดูไบ (Dubai Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 บูรณะครั้งล่าสุดปี พ.ศ. 2513 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น การค้นพบงานศิลป์ ที่มีอายุถึง 4,000 ปี เรื่องราวการค้าขายมุกในประวัติศาสตร์ก่อนการค้นพบน้ำมัน ท่านจะประทับใจกับการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาถ่ายทอดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาหรับโบราณ

ดูไบ ครีก (Dubai Creek) เป็นคลองที่สร้างขึ้นโดยการขุดเข้ามาในชายฝั่ง เพื่อแบ่งเมืองดูไบออกเป็น 2 ส่วน คือ Deira Dubai และ Bur Dubai มีความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร มีท่าจอดเรือ 8 ท่า

นั่งเรือข้ามฟาก ที่ชาวเมืองดูไบเรียกกันว่า Abra Taxi ซึ่งเป็นเรือที่รับใช้ชาวเมืองดูไบมาช้านานจวบจนถึงปัจจุบัน ให้ท่านได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวเมืองดูไบแบบโบราณ ที่ไม่ว่าเมืองดูไบจะมีความก้าวล้ำทันสมัยทางเทคโนโลยีระดับโลกมากเพียงใด แต่ก็ยังมีโอกาสได้เห็นวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นโบราณอยู่จนถึงปัจจุบัน

ย่านตลาดเก่า (Old Market) ของเมืองดูไบที่เรียกว่า Old Dubai Souk ที่อยู่ทางฝั่ง Bur Dubai สู่ ตลาดทอง (Gold Souk) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก วางขายเครื่องประดับที่ทำจากทองคำ ขายเครื่องประดับทุกชนิด เช่น มุก อัญมณี ต่างๆ ร้านเล็กๆ มากมายกว่าร้อยร้านค้า หรือ ใกล้กันจะเป็น ตลาดเครื่องเทศ (Spice Souk) ที่ทั้งตลาดตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ไม้หอม อบเชย กระวาน กานหลู และ ถั่ว คุณภาพต่างๆนับร้อยชนิดจากทั่วทุกมุมโลก มารวมไว้ที่ตลาดเครื่องเทศแห่งนี้

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ตึก บุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa) หรือ เดิมชื่อ ตึก บุรจญ์ ดูไบ หนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกทั้งยังเป็นฉากเสี่ยงตายสำคัญของพระเอก “ ทอม ครูซ ” จากภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible 4 ซึ่งตึกมีความสูงถึง 828 เมตร ปัจจุบันมีทั้งหมด 160 ชั้น เป็นตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก ตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 546 เมตร แซงตึกไทเป 101 เรียบร้อย (สูงกว่าตึกไทเป 101 ประมาณ 97 เมตร และสูงกว่าอาคารใบหยก 2 ประมาณ 218 เมตร) ซึ่งได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553 และ เปลี่ยนชื่ออาคารจาก ” บุรจญ์ ดูไบ ” เป็น ” บุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ ” เพื่อ เป็นเกียรติแก่ ท่านชีคค์ อดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตึกบุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ ออกแบบโดย เอสโอเอ็ม ผู้ออกแบบเดียวกันกับเซียร์ทาวเวอร์ อาคารที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาใน ปัจจุบันการตกแต่งภายในจะตกแต่งโดย จอร์โจ อาร์มานี (Giorgio Armani) โดยเป็นโรงแรมอาร์มานี สำหรับ 37 ชั้นล่าง โดยชั้น 45 ถึง 108 จะเป็นอพาร์ตเมนต์ โดยที่เหลือจะเป็นสำนักงาน และ ชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึกที่สำคัญ ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำ กลางแจ้งขนาดใหญ่ โดยตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ความเร็ว 18 ม./วินาที (65 ก.ม./ชม. , 40 ไมล์/ชม.) โดยลิฟต์ที่มีความเร็วสูงสุดอันดับที่ 2 ปัจจุบันอยู่ที่ตึกไทเป 101 ที่มีความความเร็ว 16.83 ม./วินาที (ยังไม่รวมค่าบัตรขึ้นชมวิวบนตึก ท่านสามารถตรวจสอบรอบที่ขึ้น และ ราคาบัตรกับหัวหน้าทัวร์อีกครั้ง) บริเวณเดียวกันเป็นที่ตั้งของ ห้างดูไบ มอลล์ (Dubai Mall) ห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ภายใน ให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าตู้ปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าคนสิบคนยืนเรียงกัน อิสระในการเลือกซื้อของฝาก สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมายจากยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี กระเป๋าถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกีฬา เป็นต้น สินค้าบางชิ้น ไม่สามารถหาซื้อได้ที่ยุโรป แต่อาจหาซื้อได้ที่นี่ และ ช่วงเวลา 18.00-24.00 น. ของทุกวัน ท่านจะได้ชมการแสดง น้ำพุเต้นระบำ แห่งเมืองดูไบ (Dubai Dance Fountain) เป็นน้ำพุเต้นระบำอันสวยงามวิจิตร อยู่ในทะเลสาบหน้า ตึก บุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ ถือเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรอบถูกรายล้อมไปด้วยตึกที่มีชื่อเสียงมากมาย สิ่งพิเศษของน้ำพุแห่งดูไบนี้ คือ จะใช้ไฟทั้งสิ้น 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงประกอบดนตรี ครั้งละประมาณ 5 นาที โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 7.2 พันล้านบาท

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Fortune Grand Hotel , Dubai , United Arab Emirates หรือเทียบเท่า

เมืองดูไบ – สุเหร่า จูไมร่า – ชายหาด จูไมร่า – ตึก บุรจญ์ อัล อาหรับ – ตลาดมาดินัท – นั่งรถไฟโมโนเรล สู่ โครงการเดอะ ปาล์ม – โรงแรมแอตแลนติส – โรงแรมที่พัก – ทะเลทราย – ตะลุยทะเลทรายด้วยรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ผ่านชม สุเหร่า จูไมร่า (Jumeirah Mosque) สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของเมืองดูไบ สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองดูไบ นำท่าน ผ่านชม ชายหาด จูไมร่า (Jumeirah Beach) สถานที่ตากอากาศยอดนิยมของชาวดูไบ นำท่าน ถ่ายรูปคู่กับ ตึก บุรจญ์ อัล อาหรับ (Burj Al Arab) โรงแรมสุดหรูระดับ 7 ดาว รูปทรงคล้ายเรือใบที่งดงามและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีที่มีชื่อเสียงชาวตะวันออกกลาง

ตลาดเมดินัท (Souk Madinat) ตลาดพื้นเมืองโบราณแต่แฝงไปด้วยความโรแมนติก ตกแต่งสไตล์อาหรับผสมผสานกับวัฒนธรรมของตะวันออกกลางแบบดั้งเดิม ให้ความรู้สึกที่ไม่ซ้ำกับการเดินตลาดที่อื่น เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ผู้คนนิยมมาก เพราะบรรยากาศดี มีกลิ่นของน้ำหอมคละคลุ้ง ล้อมรอบด้วยคลองคดเคี้ยว มีร้านค้ามากมายทั้งแบบรถเข็น แผงลอย และบ้าน มีร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ ร้านบูติก ร้านอาหารสุดหรูที่มีความหลากหลาย และขึ้นชื่อจากทั่วโลก มีตั้งแต่ร้านกาแฟไปจนถึงภัตตาคาร

นั่งรถไฟโมโนเรล (Monorail) สู่ โครงการเดอะ ปาล์ม (The Palm Project) เป็นสุดยอดโครงการของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยการถมทะเลให้เป็นเกาะเทียม สร้างเป็นรูปต้นปาล์ม จำนวน 3 เกาะ มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้นต์ ร้านค้า ภัตตาคาร ผับ บาร์ รวมทั้งสำนักงานต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก และส่วนของโครงการได้ถูกจารึกให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนที่โลกเรียบร้อย นำท่าน ผ่านชม ความหรูหราและยิ่งใหญ่ของ โรงแรมแอตแลนติส (Atlantis Hotel) ที่อยู่บริเวณส่วนปลายยอดของโครงการเดอะ ปาล์ม

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ โรงแรมที่พัก เพื่อเตรียมความพร้อม เปลี่ยนเครื่องแต่งกายสำหรับตะลุยทะเลทราย

** คำแนะนำ **

– ควรเตรียมเสื้อคลุมกันแดด แว่นตากันแดด รองเท้าลำลองที่สวมใส่สบาย เพื่อตะลุยทะเลทราย

– ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และ ควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบ

– กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง หรือ ตั้งครรภ์ เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี

– สำหรับท่านที่ไม่ร่วมเดินทางตะลุยทะเลทราย ท่านจำเป็นต้องพักผ่อนรอคณะอยู่ที่โรงแรมที่พัก โดยทางบริษัท ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้ได้ รวมไปถึงอาหารมื้อค่ำที่รวมอยู่ในกิจกรรม เพราะเป็นการชำระแบบเหมาจ่ายแล้วทั้งหมด หรือเลือกช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า โดยแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบ หรือเพื่อประสานงานติดต่อบริการรถรับส่ง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม กรุณาตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ

ทะเลทราย (The Desert) เพื่อตะลุยทะเลทราย ด้วยรถยนต์ขับเคลื่น 4 ล้อ (4WD Sand Dune / Desert Safari) ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ในแคมป์กระโจมสไตล์อาหรับ พื้นเมืองเบดูอิน (Bedouin)

อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ในแคมป์กระโจมแบบอาหรับ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ตกดินที่แสนสวยงาม และสัมผัสชีวิตแบบชาวพื้นเมืองเบดูอิน (Bedouin) อาทิ การสวมชุดพื้นเมืองชาวอาหรับเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก การเพ้นท์มือแบบอาหรับ (Henna Tattoo) ลองสูบ มารากู กลิ่นผลไม้ (Shi Sha) ชมโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นศิลปะการร่ายรำที่เน้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อท้องและสะโพก รวมถึงสนุกสนานกับการขี่อูฐ (Camel Ride)   

ที่พัก Fortune Grand Hotel , Dubai , United Arab Emirates  หรือเทียบเท่า

เมืองดูไบ – เมืองอาบู ดาบี – สุเหร่าหลวง – ทำเนียบประธานาธิบดี – โรงแรม เอมิเรตส์ พาเลซ – เฟอร์รารี่ เวิลด์ – ห้างมาริน่า – ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

** คำแนะนำ โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สำหรับเข้าชมสุเหร่าหลวง **

การเข้าชมสุเหร่าหลวง จำเป็นต้องแต่งกายด้วยชุดสุภาพ และ ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม

สุภาพสตรี : ควรสวมกางเกงขายาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ

สุภาพบุรุษ : ควรสวมกางเกงขายาว และ เสื้อแขนยาว ไม่รัดรูป

เมืองอาบู ดาบี (Abu Dhabi) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งอยู่บนเกาะรูปตัวที ยื่นออกไปบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดอันดับ 3 ในภูมิภาค และอันดับ 26 ของโลก เป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่า Garden of Gulf หรือ อ่าวแห่งความเขียวขจี และมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนสวยงามท่ามกลางทะเลทราย

สุเหร่าหลวง (Grand Mosque) หรือ สุเหร่า ชีคค์ ซายิด บิน สุลตาล อัล นาร์ยันต์ (Sheikh Zayed Bin Sultan Al Nahyan Mosque) สุเหร่าประจำเมืองหลวงที่ท่าน Sheikh Zayed Bin Sultan Al Nahyan หรือ ท่านชีคค์ บุคคลสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบี เป็นผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้เป็นที่รักและเปรียบเสมือนบิดาของชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สร้างไว้ก่อนท่านจะสวรรคต การก่อสร้างใช้เวลารวมทั้งหมด 10 ปี ภายในสุเหร่าแห่งนี้มีพรมทอมือผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 5,627 ตารางเมตร ผลงานท้องถิ่นของชาวอาหรับโบราณ และ โคมไฟ Chandelier ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำเข้าจากประเทศเยอรมันทำด้วยทองคำและทองแดงซึ่งถูกสั่งทำขึ้นพิเศษ ซึ่งภายหลังที่ท่านชีคค์สวรรคต ทางรัฐบาลจึงใช้สุเหร่าแห่งนี้เป็นสุสานหลวงที่ฝังพระบรมศพของท่าน สุเหร่าแห่งนี้สามารถรองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้สูงถึง 40,000 คน

ผ่านชม ทำเนียบประธานาธิบดี (Presidential Palace) และ โรงแรม เอมิเรตส์ พาเลซ (Emirates Palace Hotel) ซึ่งในอดีตใช้เป็นที่รับรองผู้นำประเทศในเครือ GCC หรือ คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ได้แก่ บาร์เรน การ์ตาร์ คูเวต โอมาน ซาอุดิอารเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พระราชอาคันตุกะของท่านชีคค์ ปัจจุบันเป็นโรงแรมที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลเมืองอาบู ดาบี บริหารโดยกลุ่ม Kempinski เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2548 โดยใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีความสวยงามดุจดั่งพระราชวังของเจ้าผู้ครองนคร  โรงแรมแห่งนี้อยู่บนที่ดินของท่านชีคค์ อดีตประธานาธิบดี อีกเช่นกัน

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ เฟอร์รารี่ เวิลด์ (Ferrari World) เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยี นวัตกรรมทั้งยานยนต์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และสรรพสิ่งที่เป็นองค์ความรู้เชิงวิศวกรรม , ศิลปกรรม การออกแบบ วิจัย พัฒนา จากรถยนต์เฟอร์รารี่ และทุกๆ ศาสตร์ในโลก เอามารวมกันเพื่อสร้างเป็นโครงการนี้ ที่เป็นทั้งสวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โชว์รูมเทคโนโลยี , โชว์รูมวิศวกรรมยานยนต์ , แหล่งรวมเทคนิคความรู้ และความบันเทิงทุกอย่างเอาไว้ในนี้ (ยังไม่รวมค่าบัตรเข้าชมด้านใน หรือ ท่านสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกจากเฟอร์รารี่มากมายที่ร้านขายของที่ระลึกด้านหน้า)

นำท่านเดินทางสู่ ห้างมาริน่า (Marina Mall) เป็นช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาบูดาบี ตึกมีรูปทรงคล้ายเต้นท์เบดูดินและมีร้านอาหารแบบหมุนให้บริการ

** อิสระอาหารค่ำ เพื่อสะดวกแก่การเดินทางท่องเที่ยว **

นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี เมืองอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

23.40 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY406

** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 45 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

08.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ตารางราคาและกำหนดการเดินทาง
← เลื่อนซ้ายขวาเพื่อดูรายละเอียด →
วันที่

ผู้ใหญ่

เด็กมีเตียง*

เด็กไม่มีเตียง*

พักเดี่ยวเพิ่ม

ไม่รวม

ตั๋ว

12-16 ตุลาคม 256128,99928,99928,9996,50016,999
20-24 ตุลาคม 256128,99928,99928,9996,50016,999
08-12 พฤศจิกายน 256126,99926,99926,9996,50015,999
22-26 พฤศจิกายน 256127,99927,99927,9996,50016,999
05-09 ธันวาคม 256128,99928,99928,9996,50017,999
07-11 ธันวาคม 256128,99928,99928,9996,50017,999
14-18 ธันวาคม 256128,99928,99928,9996,50017,999
*เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
** อัตรานี้ ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท **
** อัตรานี้ รวมค่าธรรมเนียม และ ค่าบริการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวดูไบแล้ว **
** อัตราค่าบริการ สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ท่านละ 10,000 บาท **
* ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม *
เงื่อนไขโปรแกรมทัวร์
  1. ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ ชั้นประหยัด (Economy Class) กรณีต้องการ Upgrade เป็น ชั้นธุรกิจ (Business Class) กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ
  2. ค่าภาษีน้ำมัน และ ภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  3. ค่าธรรมเนียมการโหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบิน โดยสายการบิน Etihad Airlines อนุญาตให้โหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบินได้ ท่านละ 1 ชิ้น โดยมีน้ำหนักไม่เกิน 23 กก.  
  4. ค่ารถโค้ชปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตามรายการระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)
  5. ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐาน ตามรายการระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน หรือ 3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่โรงแรมมีห้องพัก 3 ท่าน Triple ว่าง) กรณีมีงานเทรดแฟร์ การแข่งขันกีฬา หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้โรงแรมตามรายการที่ระบุเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ กรณีไม่รวมจะชี้แจงไว้ในโปรแกรมชัดเจน        
  7. ค่าอาหาร ตามรายการระบุ โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  8. ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  9. ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ
  1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการระบุ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ (กรุณาสอบถามอัตราค่าบริการจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการทุกครั้ง)
  2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท
  3. ค่าทิปคนขับรถ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น และ หัวหน้าทัวร์ รวมทั้ง 3 ท่าน ตลอดการเดินทาง ตามธรรมเนียม 1,500 บาท รวมไปถึงเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ยกเว้น เด็กอายุไม่ถึง 2 ปี ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ทั้งนี้ท่านสามารถให้มากกว่านี้ได้ตามความเหมาะสมและความพึงพอใจของท่าน
  1. นักท่องเที่ยว กรุณาทำการจองล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 45 วัน พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 12,000 บาท ภายใน 3 วัน หลังจากวันจอง ตัวอย่างเช่น ท่านทำจองวันที่ 1 กรุณาระเงินมัดจำ ส่วนนี้ภายในวันที่ 3 ก่อนเวลา 14.00 น. เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกอัตโนมัติทันที หากยังไม่ได้รับยอดเงินมัดจำตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องเช็คที่ว่างและทำจองเข้ามาใหม่อีกครั้ง กรณีที่คณะเต็ม มีคิวรอ (Waiting List) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้สิทธิ์ลูกค้ารายถัดไป เป็นไปตามระบบ ตามวัน และ เวลา ที่ทำรายการจองเข้ามาตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดทางบริษัทมีที่นั่งราคาพิเศษจำนวนจำกัด
  2. นักท่องเที่ยว กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ครบ 100% ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเย่นต์ไม่ชำระเงิน หรือ ชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมไปถึง กรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม รวมทั้ง กรณีที่อยู่ในช่วงรอผลการอนุมัติวีซ่า รอนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ทำให้ทางบริษัทไม่ได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม คือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆทันที
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือ จดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00 น.–18.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 9.00 น.–14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ การยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ท่านควรทราบ

  1. ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าแบบหมู่คณะเท่านั้น กรณีที่ท่านไม่สามารถยื่นวีซ่าพร้อมคณะได้ จะต้องยื่นก่อน หรือ หลัง คณะ และหากเกิดค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ท่านจำเป็นจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริงทั้งหมด เช่น ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบิน (ตั๋ว) จะต้องออกก่อนแต่วีซ่ายังไม่ออก เนื่องจากท่านยื่นหลังคณะ
  2. มาตราฐานการพิจารณาวีซ่าแบบปกติทั่วไปคือ 10 วันทำการ (เป็นอย่างน้อย ไม่รวมวันเสาร์ – อาทิตย์) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครในช่วงนั้นๆ ซึ่งหากอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก อาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ
  3. การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แบบหมู่คณะ ไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางฉบับจริง หากท่านส่ง สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง (หน้าแรกที่มีรูป) ชัดเจน สแกนไฟล์เป็นรูปภาพ หรือ ไฟล์ PDF. มาให้กับทางบริษัทเรียบร้อยแล้ว

การเตรียมเอกสาร เพื่อขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แบบหมู่คณะ

สำหรับผู้เดินทางที่ถือหนังสือเดินทางไทย

  1. สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง (หน้าแรกที่มีรูป) ชัดเจน โดยสแกนไฟล์เป็นรูปภาพ หรือ ไฟล์ (รูปถ่ายจากมือถือไม่สามารถใช้ได้) มีอายุการใช้งานคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทางกลับ และมีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 2 หน้า
  2. รูปถ่ายสี หน้าตรง ขนาด 2 x 2 นิ้ว (เท่ากันทุกด้านเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส) จำนวน 2 รูป ฉากหลังต้องเป็นพื้นสีขาว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน ไม่ซ้ำกับวีซ่าประเทศอื่นๆที่เคยได้รับ เท่านั้น
    • กรณีผู้เดินทางอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ จำเป็นต้องใช้ สูติบัตร โดยสแกนไฟล์เป็นรูปภาพ หรือ ไฟล์ (รูปถ่ายจากมือถือไม่สามารถใช้ได้) พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ
      – กรณีเด็ก ไม่ได้เดินทางกับ บิดาและมารดา จำเป็นต้องมี หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศ ที่ออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอ ตามสำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ , สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ของบิดา และ มารดา , หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) พร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง
      กรณีเด็ก ไม่ได้เดินทางกับ บิดา จำเป็นต้องมี หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศ (ของมารดา) ให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ที่ออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอ ตามทะเบียนบ้าน (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) , สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ของบิดา และ มารดา หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ)
      กรณีเด็ก ไม่ได้เดินทางกับ มารดา จำเป็นต้องมี หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศ (ของบิดา) ให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ที่ออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอ ตามทะเบียนบ้าน (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) , สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ของบิดา และ มารดา หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ)

** รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานทูตฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามแต่สถานการณ์ และคุณสมบัติของลูกค้าในแต่ละราย โดยอยู่ที่ดุลยพินิจของประเทศปลายทางเป็นผู้ดำเนินการ **

** หมายเหตุ : ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศปลายทาง อาจขอรายละเอียดเพิ่มเติม จากที่ได้แจ้งไว้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ และเอกสาร ของแต่ละท่าน (เป็นการพิจารณาแบบรายบุคคล) การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บ หากท่านโดนปฏิเสธการขออนุมัติวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า และมีสิทธิ์ไม่แจ้งสาเหตุการปฏิเสธวีซ่า **

02-570-9898
บริษัท สตาร์บริดจ์ ทัวร์ จำกัด เลขที่ 86 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230